
แก๊งอินโดฯ..งัดรถฉกทรัพย์สิน
แก๊งอินโดฯ..งัดรถฉกทรัพย์สิน : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
ชาวอินโดนีเซียกลุ่มหนึ่ง มาตั้งแก๊งในเมืองไทย ก่อเหตุงัดรถยนต์ ฉกเงินเหยื่อที่เบิกจากธนาคาร เน้นเหยื่อที่แวะจอดรถในห้างสรรพสินค้า หรือปั๊มน้ำมัน
ล่าสุดผู้เสียหายจอดรถยนต์ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งข้างโรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า เพื่อเข้าไปซื้อของในมินิมาร์ท คนร้ายได้งัดรถขโมยเงินไปกว่า 1 แสนบาท
ไม่นานตำรวจ สน.ร่มเกล้า แกะรอยจากกล้องวงจรปิดนำไปสู่การจับกุมแก๊งนี้ทั้งหมด 4 คน คือ นายแฮลมี อายุ 44 ปี นายโซปันพัทรา อายุ 41 ปี นายปีท็อป อายุ 49 ปี และนายเฮอร์ทีก้า อายุ 45 ปี พร้อมของกลางกระเป๋าเงินของเหยื่อ 16 ใบ เหล็กแหลม 1 อัน และเอกสารการส่งเงินกลับไปประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 15 ฉบับ
ทีมข่าว "อาชญากรรม" พูดคุยกับกลุ่มผู้ต้องหา รับสารภาพว่า เข้ามาอยู่ในไทยประมาณ 1 ปี เช่าห้องพักในย่านรามคำแหง ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง รถที่ใช้ก่อเหตุเช่ามาจากเพื่อนชาวฟิลิปปินส์ เดือนละ 25,000 บาท
ขณะเดียวกัน ที่ สน.ร่มเกล้า มีผู้เสียหายกว่า 8 ราย ทยอยเข้าแจ้งความต่อตำรวจว่าถูกคนร้ายแก๊งนี้งัดรถสูญเสียเงินทองไปจำนวนมาก
นายณัฐนนท์ ทวีโชติเจริญสิน กล่าวว่า เบิกเงินจากธนาคารกสิกรไทย สาขาประเวศ จำนวน 206,000 บาท จากนั้นขับรถออกจากธนาคาร มีคนร้ายขับรถตามกระทั่งไปจอดรถที่สถานีตรวจสินค้าลาดกระบัง ระหว่างนั้นได้เข้าไปติดต่อราชการ แต่ไม่ได้ถือถุงเงินลงจากรถ เมื่อกลับมาที่รถพบรถถูกงัดและถุงเงินหายไป เคราะห์ดีผู้เห็นเหตุการณ์ และกล้องวงจรปิดบันทึกใบหน้าคนร้ายไว้ได้ชัดเจน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่ถูกตำรวจจับกุมได้ในครั้งนี้ อีกทั้งหมายเลขทะเบียนรถของคนร้ายก็ชัดเจน
ด้าน นายจักรพงศ์ จตุรงค์สัมฤทธิ์ ผู้เสียหายอีกราย กล่าวว่า เบิกเงินมาจากธนาคารกสิกรไทย สาขาย่านสุขสวัสดิ์ จากนั้นขับรถมาจอดรับประทานอาหารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พระราม 3 ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เดินกลับมาที่รถแทบช็อกเมื่อรู้ว่าเงินที่อยู่ในรถกว่า 370,000 บาท ถูกขโมยไป โดยคนร้ายขับรถตามเข้าไปในห้างเวลา 13.40 น. และขับรถออกไปตอนเวลา 13.58 น. หลังเกิดเหตุตรวจสอบรถจึงรู้ว่าประตูฝั่งคนขับถูกงัดและทำลายระบบการล็อก สัญญาณกันขโมยเลยไม่ดัง
เช่นเดียวกับ นายพรชัย ประเสริฐอดิศร เหยื่ออีกราย เล่าว่า เบิกเงินจากธนาคารกำลังเดินทางกลับบ้านย่านนวมินทร์ โดยแวะกินข้าวร้านอาหารย่านลาดพร้าว และจอดรถทิ้งไว้ โดยไม่ได้นำกระเป๋าเงินลงไปด้วย พอกลับมาที่รถปรากฏว่ารถถูกงัดจึงเข้าแจ้งความไว้ สน.ลาดพร้าว จากนั้นไปขอดูกล้องวงจรปิดซึ่งบันทึกภาพคนร้ายขณะลงมือก่อเหตุงัดรถนำกระเป๋าสะพายไป แต่ไม่เจอซองเงิน จึงย้อนกลับมางัดอีกรอบ เพื่อค้นเอาซองเงินที่อยู่ใต้เบาะไปใช้เวลาไม่ถึงนาที
ขณะที่ พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ ผกก.สน.ร่มเกล้า กล่าวถึงพฤติการณ์ของคนร้ายแก๊งนี้ว่า จะขับรถยนต์เข้าไปจอดที่ลานจอดรถของธนาคารต่างๆ และคอยสังเกตผู้เสียหาย ตั้งแต่จอดรถกระทั่งเบิกเงินกลับมาเก็บไว้ที่รถ และขับรถตามประกบตั้งแต่ออกจากธนาคาร กลุ่มคนร้ายจะติดตามกระทั่งผู้เสียหายจอดรถ ซึ่งส่วนใหญ่จะแวะจอดเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน บางรายจอดแวะซื้อของในมินิมาร์ท คนร้ายจะใช้จังหวะในช่วงนั้นลงมือก่อเหตุโดยใช้เหล็กแหลมเจาะรูกุญแจเข้าไปขโมยฉกเอาซองเงิน และกระเป๋าถือของมีค่านำมาแบ่งกัน หากเป็นสิ่งของจะเอาไปขาย เมื่อได้เงินมาก็โอนเงินกลับไปให้ที่บ้านในประเทศอินโดนีเซีย
"แก๊งนี้ทำเป็นขบวนการมีด้วยกัน 4 คน แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน คือ นายปีท็อป ทำหน้าที่ขับรถ นายเฮอร์ทีก้า จะนั่งอยู่ในรถคอยช่วยเหลือเวลาก่อเหตุ นายโซปันพัทรา คอยดูต้นทาง และนายแฮลมี เป็นคนงัดรถ"



