
จุดเปราะบางในสถานการณ์ใต้
จุดเปราะบางในสถานการณ์ใต้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่24ก.ค.2556
ถึงแม้รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงของไทยจะพยายามลดสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น กระทั่งนำมาสู่การแสดงความจริงใจของฝ่ายตรงข้าม ด้วยการประกาศหยุดการก่อเหตุเพื่อลดความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน ระยะเวลาประมาณ 40 วัน จากช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ก็ดูเหมือนสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง แต่ยังมีการก่อเหตุยิงชาวบ้าน ทหารเสียชีวิต แม้บางคดีเจ้าหน้าที่จะเชื่อว่ามาจากเหตุส่วนตัวมากกว่าสร้างสถานการณ์ก็ตาม แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังไม่สามารถการันตีการลดระดับความรุนแรงได้จนกว่าจะสิ้นสุดวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม
ประเด็นที่เกิดคู่ขนานกันมาคือ มีการประกาศจากฝ่ายประสานงานมาเลเซียให้เขต อ.สะเดา จ.สงขลา เข้าไปผนวกเป็นพื้นที่ความมั่นคงทั้งๆ ที่การก่อเหตุก่อนหน้านี้มีเพียง 4 อำเภอเท่านั้นคือ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย อ.นาทวี และอ.จะนะ ทำให้ฝ่ายความมั่นคงต้องนำหัวข้อนี้เตรียมถกกันอีกรอบ ต้องไม่ลืมว่า อ.สะเดา นั้นเป็นด่านชายแดนที่มีมูลค่าทางการค้าสูงยิ่ง เม็ดเงินปริมาณมหาศาลที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในภาคใต้ของไทยก็มาจากที่นี้ การที่กลุ่มบีอาร์เอ็นต้องการขยายพื้นที่เข้าสู่ อ.สะเดา จะทำให้เกิดความสั่นคลอนทางเศรษฐกิจและกระทบต่อความมั่นคงโดยตรง
ขณะเดียวกัน ด่านสะเดา ก็ยังเป็นจุดผ่านแดนของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางมาพักผ่อนเนื่องจากมีสถานบริการเปิดอยู่มาก สะเดาจึงเป็นเสมือนหัวใจของหัวเมืองใต้ที่มั่งคั่งทำเงินปีละมากมาย เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าทั้งนักธุรกิจชาวไทยและมาเลเซีย นอกจากนี้ในพื้นที่ดังกล่าวยังมีปัญหาด้านสังคมไม่น้อยทั้งเรื่องยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ธุรกิจหลบเลี่ยงภาษีต่างๆ มีกลุ่มพ่อค้ายา พ่อค้าของเถื่อน เข้ามาเคลื่อนไหวมีอิทธิพลและใช้เป็นฐานการเงินสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งหากมีการรวมพื้นที่ส่วนนี้เข้าไปจะทำให้กลายเป็นจุดเปราะบางในแง่ของความเชื่อมั่นต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการลงทุน
การประกาศรวม อ.สะเดาเข้าไปเป็นพื้นที่ความมั่นคงจึงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้ทั้งในแง่ความมั่นคงผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ยังสงบการขับเคลื่อนธุรกิจที่มีต่อเนื่องและมั่นคง รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงจะต้องรักษาพื้นที่เศรษฐกิจส่วนนี้ไว้และเจ้าหน้าที่รัฐต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีใครเข้ามาสร้างสถานการณ์หรือขยายพื้นที่ปัญหา ด้านหนึ่งต้องยอมรับกลุ่มก่อความไม่สงบมีศักยภาพทั้งในด้านกำลังคนและเงินสนับสนุน อีกด้านหนึ่งเพื่อรักษาพื้นที่ทางเศรษฐกิจ ยิ่งไปกว่านั้นต้องรอการพิสูจน์ว่ากลุ่มบีอาร์เอ็น ที่มานั่งเจรจานั้นมีเป้าหมายเพื่อหาทางออกอย่างสันติมากกว่าการใช้ความรุนแรง เมื่อพ้นช่วงรอมฎอนก็จะเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้น



