
รถตู้เสยจักรยาน-คนขี่สาหัสโชเฟอร์เผ่น!คดีไม่คืบ
รถตู้เสยจักรยาน-คนขี่สาหัสโชเฟอร์เผ่น!แจ้งตร.คดีไม่คืบ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม
นางพีรยา ลีนาบัว อายุ 59 ปี ชาวบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ร้องเรียนผ่าน "รายการโรงพักระวังภัย" ว่า มีอาชีพรับตัดและปะชุนเสื้อผ้าที่บริเวณบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ ช่วงเช้าวันหนึ่ง เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้ขี่รถจักรยานออกจากบ้านพักไปเปิดร้าน กระทั่งมาถึงปรากฏว่าโดนรถตู้โดยสารสายปากน้ำ-บางกะปิ พุ่งชนท้ายอย่างแรง จนรถจักรยานพังเสียหายบิดเบี้ยวอยู่ใต้ท้องรถตู้
"ส่วนตัวฉันเองกระเด็นตกไปอยู่บนพื้นหน้ารถจนไม่สามารถจะลุกขึ้นได้" นางพีรยา กล่าว
"ช่วงนั้นคนขับรถตู้เปิดประตูลงมาดู เมื่อเห็นฉันนั่งอยู่กับพื้นร้องขอความช่วยเหลือ คนขับได้เพียงแต่พูดขอโทษ ก่อนจะอ้างว่าขอไปถอยรถก่อน แล้วอาศัยจังหวะชุลมุนหลบหนีไป แต่ยังเคราะห์ดีที่มีชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงช่วยเรียกรถนำส่งโรงพยาบาล"
ต่อมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมข้อมูล หมายเลขทะเบียน ลักษณะรูปพรรณของคนขับรถตู้ เป็นหญิงผมยาว แต่เวลาล่วงเลยผ่านมากว่า 2 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า
"ฉันได้รับความเดือดร้อนมาก ต้องปิดร้านตัดปะเสื้อผ้านานเป็นเดือน ขาดรายวันละ 200-300 บาท เงินที่เคยมีก็หมดไป และยังต้องเสียค่ารักษาพยาบาลอีก รู้สึกท้อแท้มาก ตำรวจไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ตำรวจได้แต่บอกว่าออกหมายเรียกไปแล้ว แต่เขาไม่มาก็ทำอะไรไม่ได้" นางพีรยาเล่า
"รายการโรงพักระวังภัย" สอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ได้รับการชี้แจงจาก พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย หัวหน้าพนักงานสอบสวน ผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองสมุทรปราการ ระบุว่า ได้ตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถตู้ที่นางพีรยา ผู้เสียหายกล่าวอ้างแล้ว พบหลักฐานว่ามี นายอำนาจ ไตรสูงเนิน เป็นเจ้าของรถตู้ จึงขัดแย้งกับลักษณะของคนขับรถตู้ ซึ่งผู้เสียหายระบุว่า "เป็นหญิง"
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร ปรากฏว่า นายอำนาจ ไตรสูงเนิน มีบุคคล ชื่อ-สกุล ซ้ำกันถึง 3 ราย จากเหตุดังกล่าวทำให้ตำรวจไม่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ในทันที แต่ได้ออกหมายเรียกทั้งสามมาให้ปากคำแล้ว แต่มีเพียงนายอำนาจ ชาว จ.นครราชสีมา เข้ามารายงานตัวยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ส่วนชื่อนายอำนาจอีก 2 คน ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรในกรุงเทพฯ และ จ.สมุทรปราการ ยังไม่เข้ามารายงานตัว เจ้าหน้าที่จึงทำได้เพียงอายัดเลขทะเบียนไว้ รอจนกว่ารถคันดังกล่าวจะไปต่อทะเบียนที่กรมขนส่ง จึงจะสามารถเรียกตัวมาสอบปากคำหาข้อเท็จจริง
"ถึงเราจะรู้หมายเลขทะเบียน ชื่อเจ้าของรถ หรือตำแหน่งที่ตั้งของวินรถตู้แห่งนี้ แต่ตำรวจยังไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้ เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นคดีลหุโทษ เจ้าหน้าที่จะทำเกินกว่าเหตุไม่ได้" พ.ต.อ.ปรีชากล่าว
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด "ทีมข่าวอาชญากรรม สำนักข่าวเนชั่น" ตรวจสอบความคืบหน้าแล้วทราบว่า หลังจากนางพีรยาร้องเรียนผ่านรายการเพียง 4 วัน ปรากฏว่า ตำรวจสามารถติดตามหาคนขับรถมาดำเนินคดีและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้นางพีรยาแล้ว
.............
(หมายเหตุ : รถตู้เสยจักรยาน-คนขี่สาหัสโชเฟอร์เผ่น!แจ้งตร.คดีไม่คืบ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)



