คอลัมนิสต์

122ปีขนส่งระบบราง

122ปีขนส่งระบบราง

19 ก.ค. 2556

122ปีขนส่งระบบราง : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2556


             นับเนื่องแต่ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีประกาศพระบรมราชโองการสร้างทางรถไฟสยามตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมา ลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2433 และเริ่มการก่อสร้างขึ้นในเดือนมีนาคม 2434 จวบจนปัจจุบัน กิจการรถไฟของไทยมีอายุยืนยาวให้บริการประชาชนมาถึง 122 ปี แต่ราวครึ่งทางของพัฒนาปรากฏว่า ในระยะเวลา 56 ปี การรถไฟสามารถขยายทางได้เพียง 666 กิโลเมตร พูดง่ายๆ ก็คือ แทบจะไม่มีพัฒนาการเอาเสียเลย ขณะที่ปัญหาหนี้สินที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ทั้งการบริหาร การให้บริการ ค่าจ้างพนักงานนับถึงเมื่อปีที่แล้ว สรุปตัวเลขรวมมากถึง 108,000 ล้านบาท เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับการเดินรถที่ค่อนข้างถี่ อย่างเช่นเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อน นอกจากจะสะท้อนถึงอายุขัยที่ยืนยาว แต่ขาดพัฒนาการใดๆ แล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทวงถามถึงแผนการปฏิรูปรถไฟไทย

            ดูเหมือนว่า นับจากที่ประเทศไทยได้ปฏิรูประบบสาธารณูปโภคและการขนส่งเมื่อกว่า 100 ปีก่อนแล้ว ทุกอย่างก็หยุดนิ่งลง จนกระทั่งรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้จุดประกายเรื่องการปฏิรูประบบการขนส่งทางรางขึ้นมาอีกครั้ง ผ่านโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบการขนส่ง ที่ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของสภา ขณะที่มีปมปัญหาเพิ่มเข้ามาว่า การออกกฎหมายให้กระทรวงการคลังกู้เงินจำนวนมหาศาลก้อนนี้ขัดกับกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการงบประมาณหรือไม่

            โครงการพัฒนาการขนส่งระบบรางประกอบไปด้วย รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้า ถ้าหากเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลวางไว้นี้ จะทำให้การคมนาคมขนส่งของประเทศไทยก้าวกระโดดเหมือนเมื่อ 122 ปีก่อน แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่า โครงการนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และแผนงานของการรถไฟที่นำไปผูกติดไว้กับโครงการเมกะโปรเจกท์นี้จะพลอยสะดุดหรือเนิ่นนานออกไป ทั้งๆ ที่บางโครงการสามารถเดินหน้าไปได้เองก่อนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการ อย่างเช่น ระบบรางและไม้หมอนที่เก่าหมดสภาพเป็นอันตรายจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางบ่อยครั้ง ซึ่งไม่แน่นักว่า คราวต่อไปผู้โดยสารรถไฟจะเคราะห์ดีรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมอยู่อีกต่อไปหรือไม่

            รถไฟถือเป็นการบริการสาธารณะที่ประชาชนทุกชั้นชนสามารถเข้าถึงได้ แม้ความพยายามยกระดับมาตรฐานรถไฟไทยให้ขึ้นไปอยู่ในระนาบเดียวกับนานาอารยประเทศจะเป็นความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกทุกวันนี้เป็นโลกไร้พรมแดนการเดินทางไปมาหาสู่ติดต่อทำมาค้าขายต้องอาศัยการขนส่งที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย แต่ในความพยายามนั้นจะต้องไม่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้แผนการพัฒนารถไฟไทยพลอยสะดุดหยุดลง ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่รัฐมุ่งไปที่เมกะโปรเจกท์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าที่จะเร่งรีบยกเครื่องรถไฟไทย ด้วยเหตุเช่นนี้รัฐจึงควรเร่งแผนปฏิรูปรถไฟเป็นการเฉพาะหน้าก่อนที่จะเริ่มขับเคลื่อนรถไฟความเร็วสูงที่ผูกติดอยู่กับโครงการ 2 ล้านล้านบาท