คอลัมนิสต์

ร่วมกันรักษาเครดิตข้าวไทย

ร่วมกันรักษาเครดิตข้าวไทย

18 ก.ค. 2556

ร่วมกันรักษาเครดิตข้าวไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 18 ก.ค.2556

            กรณีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ตรวจทดสอบข้าวสารบรรจุถุงในท้องตลาด พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสารเคมีตกค้างในข้าวสารบรรจุถุง 46 ยี่ห้อ ว่ามีการปนเปื้อนจากยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต ยากันรา และสารรมควันข้าว คือเมทิลโบรไมด์ หรือไม่ อย่างไรบ้าง ปรากฏว่า มีข้าวถุงจำนวน 12 ตัวอย่าง หรือร้อยละ 26.1 ไม่พบสารตกค้างทุกกลุ่ม แต่ในอีก 34 ตัวอย่าง หรือร้อยละ 73.9 พบสารเมทิลโบรไมด์ ตั้งแต่ 0.9-67 พีพีเอ็ม (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)ส่วนข้าวถุงที่มีสารตกค้างเกินมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CODEX) ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 50 พีพีเอ็ม พบจำนวน 1 ตัวอย่าง มีสารตกค้างเมทิลโบรไมด์ อยู่ที่ 67.4 พีพีเอ็ม ซึ่งสวนทางกับทางการที่ประกาศตลอดมาว่าข้าวถุงไม่มีสารปนเปื้อนและมีการตรวจสอบสม่ำเสมอ

            ประเด็นสารตกค้างในข้าวถุงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะนอกจากเกี่ยวข้องไปถึงชื่อเสียงและเรื่องคุณภาพของข้าวไทยแล้ว ยังกระทบต่อภาคเอกชนรวมถึงการค้าขายของเอกชนบริษัทผู้ผลิตด้วย ดังนั้นทุกฝ่ายต้องตระหนักและรอบคอบในการดำเนินการใดๆ ก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ปล่อยละเลยจนเหมือนละทิ้งประชาชนให้ไปเผชิญชะตากรรมเอาเอง จึงต้องกลับมาดูว่ามาตรการของภาครัฐในเรื่องการคุ้มครองความปลอดภัยในการบริโภคของประชาชนได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสเพียงใด มีจุดใดที่ต้องปรับแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ และนอกจากมาตรการควบคุมดูแลแล้วสิ่งสำคัญคือภาคเอกชนก็ต้องมีจริยธรรมใส่ใจต่อการผลิตและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคสูงสุด อย่าเพียงแต่คิดกำไรสูงสุดเป็นตัวตั้งเท่านั้น

            การออกมาเปิดเผยผลทดสอบครั้งนี้ ยังได้เห็นทัศนคติของคนในรัฐบาลและหน่วยงานทางการที่มองฝ่ายเข้ามาตรวจสอบในภาพลบ และมีเจตนาจะก่อกวนให้เกิดปัญหา แทนที่จะนำข้อมูลไปตรวจและเร่งแก้ไข เพราะไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานหรือองค์กรใดก็ตามเข้ามาตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง ย่อมเป็นผลดีต่อประชาชนผู้บริโภค และควรสนับสนุนให้มีการตรวจสอบจากหลายฝ่ายเพื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง และอีกด้านหนึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตใช้ความระมัดระวัง เช่นเดียวกับผู้บริโภคที่จะได้รับรู้ข้อมูลรอบด้าน จึงไม่ควรตั้งแง่ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามและแอบแฝงต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ควรจะปรับปรุงให้เกิดคุณภาพความปลอดภัย เพราะสิ่งนี้ต่างหากจะรักษาความน่าเชื่อถือของข้าวไทยเอาไว้ได้

            นอกจากคุณภาพ-สารตกค้างของข้าวถุงแล้ว ยังมีปัญหาของโครงการรับจำนำข้าวในเรื่องทุจริต โดยสื่อต่างประเทศได้ลงบทความตั้งข้อสังเกตความไม่ชอบมาพากลถึงการสวมสิทธิ์นำข้าวประเทศเพื่อนบ้านลักลอบเอาเข้าโครงการรับจำนำ และบางรายงานของสื่อนอกยังสะท้อนถึงวินัยการเงินการคลังของไทยที่ยังเดินหน้าจำนำข้าว สิ่งเหล่านี้แม้รัฐบาลได้ออกมาชี้แจง แต่ยังมีปมสงสัยที่ยังไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล เช่น เรื่องการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี ที่มีข้อเคลือบแคลงว่าเป็นจริงเท็จแค่ไหน ในขณะที่มีการพูดกันว่าเป็นการขายให้กลุ่มพวกพ้องใกล้ชิดรัฐบาลนำไปขายในประเทศ ถ้าเป็นการขายจีทูจีจริง ทำไมถึงเปิดเผยประเทศคู่ค้าไม่ได้ต้องเป็นความลับ ถ้ายังไขปมปริศนาไม่ได้ ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลก็ยังสอบไม่ผ่าน