
วิกฤติศรัทธาข้าวไทย
วิกฤติศรัทธาข้าวไทย : บทบรรณาธิการประจำวันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2556
ผลพวงจากการแตกหน่อแยกกอจากปัญหานโยบายโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลส่งแรงสะเทือนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพของข้าวไทยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งๆ ที่ในอดีต ข้าวไทยคือสินค้าคุณภาพเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นล่าสุด กระแสข่าวเรื่องสารเคมีปนเปื้อนในข้าวบรรจุถุง ถือเป็นวิกฤติศรัทธาครั้งใหม่ที่กำลังโหมสาดซัดข้าวไทย หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพอย่างกระทรวงพาณิชย์จึงต้องออกแรงแก้ข้อกล่าวหาในเวลาต่อมา ด้วยคำยืนยันจากนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เรียกร้องให้คนไทยมั่นใจในคุณภาพข้าวไทยที่ปลอดจากซากสัตว์ แมลงและสิ่งแปลกปลอม พร้อมกันนี้ก็มีแผนโรดโชว์ยังประเทศผู้ซื้อข้าวเพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงข้าวไทยให้กลับคืนมา ควบคู่กับการโปรโมทข้าวไทย
กรณีสารพิษปนเปื้อนในข้าวถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนยิ่งกว่าซากสัตว์หรือแมลง เพราะเป็น "ภัยมืด" ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตามมีคำรับรองจากนพ.บุญชัย สมบุญสุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้าวไปแล้ว 107 ตัวอย่างจากทั้งหมดที่เก็บมา 160 ตัวอย่างไม่พบสารเคมีหรือสารที่เป็นอันตราย ดังนั้นข้าวถุงจึงถือว่าปลอดภัย แต่คำรับรองอย่างแข็งขันโดยเลขาธิการอย.ก็ยังไม่อาจวางใจได้ว่า ผู้บริโภคจะคลายวิตกลงหรือไม่ เพราะถึงอย่างไร ประเด็นที่ว่า เมื่อรัฐบาลกักเก็บข้าวไว้ในสต็อกจำนวนมากและเป็นเวลานานแรมปี ย่อมจำเป็นอยู่เองที่จะต้องใช้สารเคมีอบและรมเพื่อป้องกันแมลงกัดกินเสียหาย
มีข้อมูลทางวิชาการว่า มีสารเคมีที่นิยมใช้ในการอบและรมควันเพื่อป้องกันแมลงอยู 2 ชนิดคือ สารฟอสฟีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่หากเข้าสู่ร่างกายในระดับอันตรายจะทำให้เกิดอาการตั้งแต่ปวดฟัน ปวดขากรรไกร คลื่นไส้ อาเจียน และอาจเสียชีวิตภายในเวลา 4 วัน สารเมทิลโบรไมด์ เป็นสารที่หากเข้าสู่ร่างกายในระดับที่เป็นอันตรายจะออกฤทธิ์ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และอาจเป็นอัมพาตได้ แต่ข้อมูลนี้เป็นเรื่องของคุณลักษณะของสารล้วนๆ ไม่ได้หมายความว่าจะปนเปื้อนอยู่ในข้าวไทย หรือว่า ผู้ประกอบการสต็อกข้าวใช้เหมือนกันหมด หากแต่มีกรณีที่รัฐจะต้องพิจารณาเพื่อสร้างความมั่นใจและเรียกศรัทธาข้าวไทยกลับคืนมาก็คือ เมื่อรัฐบาลมีโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ก็ควรจะต้องดำเนินมาตรการให้ข้าวไทย "ปลอดสารทุกเมล็ด" ไปพร้อมกันด้วย
ในสังคมปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ผู้บริโภคให้ความใส่ใจกับสุขภาพของตนเองมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะวิถีชีวิตที่พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ แม้กระทั่งอาหารสำเร็จรูปที่บรรจุหีบห่อมาอย่างดีอย่างที่รู้จักกันในนามอาหารออร์แกนิก เมื่อวิถีชีวิตของผู้คนเป็นเช่นนี้ ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะต้องร้องหาหลักประกันว่าจะไม่มีสารปนเปื้อนทั้ง 100% เพราะลำพังคำว่า "ปนเปื้อนในระดับที่ปลอดภัย" ไม่อาจทำให้พวกเขาวางใจได้อีกต่อไปแล้ว นาทีนี้รัฐบาลจึงจำเป็นต้องสร้างความโปร่งใสในกระบวนการรับจำนำ และสต็อกข้าวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่วิกฤติศรัทธาข้าวไทยจะขยายออกไปจนสายเกินเยียวยา



