
แตกมานานแล้ว!'เราไม่ใช่วีรชนเอกชน'
'แตกมานานแล้ว :เราไม่ใช่วีรชนเอกชน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์
ภาพการแถลงข่าวของ "แกนนำแนวร่วมคนไทยรักชาติ รักษาแผ่นดิน" ที่มี "ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, สมบูรณ์ ทองบุราณ, พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม" แถลงถอนตัวจากการเคลื่อนไหวร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนที่ท้องสนามหลวงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีนัยทางการเมืองให้เห็นหลายประการ
แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของ "ภาคประชาชน" ที่รวมตัวกันอยู่ที่ท้องสนามหลวง "แตกกัน" แล้ว
สาเหตุใหญ่เกิดจากแนวความคิดในการเคลื่อนไหวระหว่าง "แนวร่วมคนไทยรักชาติ รักษาแผ่นดิน" กับ "กลุ่มธรรมาธิปไตย" ที่มี "ส.พิชิต" ทองดี นามแสงโคตร เป็นหนึ่งในแกนนำสวนทางกัน เมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือระหว่างไปปิดล้อมกระทรวงกลาโหม เพื่อแสดงสัญลักษณ์ไม่ให้ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ในฐานะ "รมว.กลาโหม" เดินทางเข้ากระทรวงเป็นวันแรก
โดยระหว่างที่ "กลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติ รักษาแผ่นดิน" เข้าปิดล้อมทางเข้ากระทรวงกลาโหมได้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลความเรียบร้อย พร้อมกับกระชับขอคืนพื้นที่จนมีกระทบกระทั่งกันทาง "กลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติ รักษาแผ่นดิน" ได้ขอความช่วยเหลือไปยัง "กลุ่มธรรมาธิปไตย" แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ
ถือเป็น "จุดแตกหัก" ของ "กลุ่มแนวร่วมคนไทยฯ" พร้อมกับถอนเวทีกลับในวันนั้นทันที
พฤติกรรมของ "กลุ่มธรรมาธิปไตย" ที่ปฏิเสธมาช่วยเหลือกลุ่มของ "ไชยวัฒน์" ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะก่อนหน้าที่จะมีการปิดล้อมกระทรวงกลาโหมเพื่อไม่ให้ "ยิ่งลักษณ์" เข้ากระทรวง "ทองดี นามแสงโคตร" แกนนำกลุ่มธรรมาธิปไตย เดินทางไปกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อให้กำลังใจผู้บัญชาการทหารบก และกองทัพ
การเคลื่อนไหวที่เห็นความต่าง ส่วนอะไรเป็น "เงื่อนไข" ต้องไปจับตาดูเป้าหมายและทิศทางการเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มที่มีความแตกต่างกัน
แต่อย่างน้อยการแตกหักของสองกลุ่ม คือ "กลุ่มธรรมาธิปไตย" กับ "กลุ่มแนวร่วมคนไทยฯ" ถือว่า "เข้าทางพรรคการเมือง"
ที่สำคัญยิ่งเน้นย้ำคำพูดในคลิปลับระหว่าง "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี และ "พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา" รมช.กลาโหม ที่ระบุในตอนหนึ่งว่า "...ฝ่ายต่อต้านวันนี้ทำอะไรไม่ได้ ทหารไม่เอาด้วยจบ..."
ในเรื่องนี้ "ส.ชัย" สุชาติ ศรีสังข์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม หนึ่งในแกนนำธรรมาธิปไตย บอกว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลมองกลุ่มต่อต้านต่ำๆ ไว้ เพราะถ้ามองสูงอาจมาล้อมปราบปรามได้ และเรื่องนี้ก็เป็นสาเหตุอีกอย่างที่กลุ่มเราไม่ได้เดินทางไปร่วมปิดล้อมกระทรวงกลาโหม เพราะมองว่าการเข้ากระทรวงหรือไม่เข้ากระทรวงของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทันที แต่ทางกลับกันอาจส่งผลให้รัฐบาลมาล้อมปราบพวกเราได้
"ก่อนวันที่กลุ่มแนวร่วมคนไทยฯ จะเดินทางไปปิดล้อมกระทรวงกลาโหม พวกเรา (กลุ่มธรรมาธิปไตย) ไม่มีใครทราบรายละเอียดมาก่อนทั้งที่เต็นท์ของเราห่างกันแค่ 50 เมตร เมื่อไปแล้วเกิดปัญหาก็จะมาร้องขอให้พวกเราไปช่วย โดยก่อนไปไม่ได้ประเมินกำลังมวลชน และกำลังของเจ้าหน้าที่ มวลชนเพียงเล็กน้อยไม่สามารถไปสู้กับกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีมากกว่าได้และก็เป็นอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ ปิดล้อมอย่างไรก็ไม่ชนะ เว้นทำเพื่อแต่หาทางลง"
การประกาศไม่ร่วมกิจกรรมของ "กลุ่มแนวร่วมคนไทยฯ" ทำให้ยอดมวลชนของ "กลุ่มธรรมาธิปไตย" มีจำนวนลดลงไปด้วย "สุชาติ" บอกว่า พวกเราไม่สนใจเรื่องปริมาณ เรารอวันเน่าจริงๆ เรื่องระดมคนไม่ยาก และเชื่อว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเน่าจริงของรัฐบาลนี้ ส่วนการระดมคนจะทำแบบไหนอย่างไรนั้น "สุชาติ" บอกว่า บางอย่างพูดได้ บางเรื่องก็ไม่ควรเปิดเผย
สังคมมองว่า "กลุ่มต้านทักษิณ" แตกกันเอง "สุชาติ" ตอบกลับทันทีว่า เราแตกกันมานานแล้วตั้งแต่ 3 เดือนก่อน ที่นารอง จ.บุรีรัมย์ คนหนึ่งนอนรีสอร์ท คนหนึ่งนอนกับมวลชนแล้วมากล่าวหาว่าเราไม่มีน้ำใจ
"การเคลื่อนไหวร่วมกันเมื่อก่อนบางเรื่องเราไม่ได้เห็นด้วย เพราะมองว่าทำแล้วปฏิวัติสังคมทันทีไม่ได้ แต่กลับเป็นผลลบกับมวลชนมากกว่า เราต้องเตือนตัวเองเสมอว่าเราไม่ใช่วีรชนเอกชนตัดสินใจคนเดียวหรือนำเดี่ยวไม่ได้ทุกอย่าง ต้องรับผิดชอบร่วม ผมจึงมองว่าการไปของแกนนำแนวร่วมคนไทยฯ ครั้งนี้เป็นเรื่องดี"
เมื่อถามว่ามีใครติดต่อกลับมาพูดคุยบ้างหรือไม่หลังจากพามวลชนเดินออกจากสนามหลวงไปแล้ว "สุชาติ" ไม่ตอบแต่ตอบคำถามโดยร้องเป็นเพลงขึ้นมาว่า "...ไปดีเถิดหนาน้องขออวยพรให้พี่ไปดี...."
ส่วนกระแสข่าวเรื่องทางกลุ่มธรรมาธิปไตยรับเงินพรรคการเมืองในการทำกิจกรรม "สุชาติ" ปฏิเสธ ส่วนคนอื่นไปรับมาแล้วนำเงินมาให้อีกต่อหนึ่ง "สุชาติ" ถามกลับว่า คนอื่นที่รับเงินไม่มีบทบาทในการเคลื่อนไหว ถ้ารับเงินจริงคงไม่ขาดแคลน บางวันน้ำดื่มยังไม่มี ส่วนการเคลื่อนไหวที่ไปสอดคล้องกับพรรคการเมืองก็ต้องถามว่าคนเราคิดเหมือนกันไม่ได้หรือ
สำหรับกิจกรรมหน้ากากขาวที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา "สุชาติ" บอกว่า ครั้งนี้ไม่ได้ไปร่วม เพราะไม่ได้มีการร้องขอมาที่ผ่านมาเคยจัดการ์ดไปร่วมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16, 23, 30 มิถุนายน และวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม เพื่อไปดูแลเรื่องความปลอดภัยหลังจากที่ต่างจังหวัดกลุ่มหน้ากากขาวถูกคนเสื้อแดงออกมาประท้วงและเกิดการปะทะกัน แต่ครั้งนี้เชื่อว่าคนเสื้อแดงที่ต่อต้านน่าจะลดลง หลังจากฟังคลิปเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ และเชื่อว่าแกนนำคนเสื้อแดงก็คงลดลง เพราะไม่รู้จะนำเรื่องอะไรไปพูดบนเวทีหลังจากขณะนี้นโยบายรัฐบาลหลายเรื่องมีปัญหา และชาวบ้านก็ได้เรียนรู้แล้ว
................................
(หมายเหตุ : 'แตกมานานแล้ว :เราไม่ใช่วีรชนเอกชน' : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)



