
ลดรุนแรงรอมฎอนจุดเริ่มสันติภาพ
ลดรุนแรงรอมฎอนจุดเริ่มสันติภาพ : บทบรรณาธิการประจำวันที่14ก.ค.2556
ท่ามกลางการรอคอยอย่างใจจดใจจ่อของทุกฝ่าย ในที่สุดดาโต๊ะซัมซามิน อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองของมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกพูดคุยสันติภาพระหว่างไทยกับขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือบีอาร์เอ็น ก็ได้แถลงข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้นในเดือนรอมฎอน ปี 2556 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม โดยระบุว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นรับปากควบคุมดูแลไม่ให้สมาชิกก่อเหตุรุนแรงเป็นเวลา 40 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมถึง 18 สิงหาคม ครอบคลุมพื้นที่ จ.ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และใน 5 อำเภอของ จ.สงขลา ได้แก่ นาทวี สะเดา จะนะ เทพา และสะบ้าย้อย หลังถูกเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่ง
นับเป็นความพยายามของทุกฝ่ายที่ต้องการสร้างความเข้าใจร่วมกันให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ในการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการรอบที่ 3 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ซึ่งถึงแม้การแถลงข่าวที่มาเลเซียครั้งนี้จะไม่มีตัวแทนบีอาร์เอ็นและฝ่ายไทยเข้าร่วมก็ตาม แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติยืนยันจะรับผิดชอบดูแลป้องกันปัญหาอาชญากรรมรุนแรง รวมถึงเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ รวมถึงดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนทุกคน ส่วนตัวแทนบีอาร์เอ็นย้ำไม่ให้สมาชิกก่อเหตุใช้อาวุธโจมตี วางระเบิด สร้างความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่และสาธารณชน
ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนใต้จากนี้ไป เหตุความรุนแรงจะลดลงไปหรือไม่ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาทุกครั้งหลังการเจรจาเหตุร้ายยังคงเกิดขึ้นรายวันและดูเหมือนหลายครั้งเหตุวางระเบิดจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ทำให้การสร้างสันติภาพในปลายด้ามขวานต้องถูกเยาะเย้ยถากถางจากบางฝ่ายว่าเป็นการเจรจาไม่ถูกกลุ่ม โดยเฉพาะเงื่อนไขสุดโต่งทั้ง 13 ข้อ ที่นายฮัสซัน ตอยิบ ตัวแทนกลุ่มบีอาร์เอ็น เรียกร้องมายังรัฐบาลไทยโดยผ่านยูทูบ กลายเป็นอุปสรรคในการสร้างสันติภาพโดยสิ้นเชิง จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นวิธีการหาทางลงของปาหี่สันติภาพ
ประชาชนในพื้นที่กำลังเฝ้ามองดูผลจากการเจรจาว่าจะสัมฤทธิผลมากน้อยเพียงใด แต่สันติสุขแห่งเดือนถือศีลอดนี้ ซึ่งถือว่าเป็นความคืบหน้าระดับหนึ่ง จะเห็นได้ว่า 3-4 วันนี้ เป็นสัญญาณที่ดี ปกติถ้าในเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา ความรุนแรงจะสูงขึ้น เฉลี่ยมีผู้เสียชีวิต 2 คนต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน แต่ถึงขณะนี้ผ่านไป 4 วัน แล้ว เป็นสัญญาณที่ดี ไม่มีการก่อเหตุ ยกเว้นเหตุการณ์ร้ายลอบวางระเบิดบนถนนใน อ.รามัน จ.ยะลา เช้าวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่สองของเดือนรอมฎอน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บ
ทุกฝ่ายยอมรับการพูดคุยตามแนวทางสันติภาพคือหนทางที่ดีที่สุดที่จะสร้างความสงบและสันติภาพอย่างยั่งยืนและคงทนในพื้นที่ภาคใต้ของไทย แถลงการณ์ครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มของการไขว่คว้าหาความสงบสุขโดยชาวบ้านได้ปฏิบัติศาสนกิจอย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยระแวดระวังเหมือนรอมฎอนหลายปีที่ผ่านมา โดยคู่เจรจาทั้งสองฝ่ายต้องมีความจริงใจในการแก้ปัญหา หากความรุนแรงลดลงจริงก็ถือว่ากลุ่มย่อยต่างๆ ให้การยอมรับและเป็นการต่ออายุให้แก่ตัวแทนการเจรจาครั้งนี้ไปด้วย สันติภาพก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม



