คอลัมนิสต์

ทำงานการเมืองเพื่อใคร

ทำงานการเมืองเพื่อใคร

10 มิ.ย. 2552

โครงการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น การรับจำนำสินค้าเกษตร ใช้เงินมากมายหลายหมื่นล้านบาท และขาดทุนทุกปี กำลังสร้างปัญหาเรื้อรังให้ระบบงบประมาณแผ่นดิน และภาระในการยอมรับสภาพของการไร้ความสามารถในการจัดการผลิตผลของประเทศ ทำให้ความพยายามยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาว

 แม้แต่เลือกตั้งซ่อมในจังหวัดสกลนคร บทบาทของชาวนาถูกนำมาเป็นประเด็นหาเสียง เรียกร้องคะแนน มีทั้งการสาธิตดำนา จนไม่ต้องสงสัยว่าหลังจากวันลงคะแนนเสียงแล้ว ชาวนาในพื้นที่จะถูกลืมเหมือนชาวบ้านในอำเภออาจสามารถ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการหาเสียงประโคมข่าวโดยรัฐบาล อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

 ชาวนาจึงเป็นชนชั้นถูกกดขี่ เอารัดเอาเปรียบโดยทุกกลุ่มคนในสังคม เช่น พ่อค้าคนกลาง เจ้าของโรงสี นายทุนเงินกู้ ร้านขายสินค้าปัจจัยทางการเกษตร คนรับซื้อข้าวภายใต้เงื่อนไขของการ “ตกเขียว” หรือแม้กระทั่งผู้บริโภคซึ่งไม่ต้องการซื้อข้าวสารในราคาแพง เพราะเชื่อผลประโยชน์จากราคาอยู่กับพ่อค้า และผู้ค้าหลายทอด หลังจากชาวนาจำเป็นต้องเร่งรีบขายข้าวเปลือกเพื่อต้องการเงิน ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เปิดโอกาสให้พ่อค้า ข้าราชการ นักการเมือง แสวงหาผลประโยชน์อย่างโหดร้าย กล่าวได้ว่าเป็นการ “ทำนาบนหลังชาวนา” ด้วยซ้ำ

 ที่ผ่านมารัฐบาลทั้งแสร้งจริงใจ ไร้เมตตาธรรม หรือแกล้งแสดงออก ไม่สามารถช่วยเหลือชาวนาให้ลืมตาอ้าปากได้ ผลพิสูจน์ก็คือ แต่ละปีมีชาวนาถูกนายทุนเงินกู้ สถาบันการเงินยึดพื้นที่ เพราะไม่สามารถไถ่ถอนจำนองที่นาได้ หรือถูกบีบบังคับให้ขายที่ดินโดยกลุ่มนักเก็งกำไร กว้านซื้อที่ดินเพื่อทำรีสอร์ท สนามกอลฟ์และกิจกรรมอื่นๆ รวมทั้งการรวบรวมที่ดินผืนใหญ่ให้ชาวต่างชาติเช่าปลูกข้าวเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนอาหารและโภคภัณฑ์ เพราะประชากรโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน

 รัฐบาลปัจจุบันแม้จะแสดงให้เห็นว่าอยากแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ และการแสวงหาผลประโยชน์มิชอบ เช่น ทำสต็อกลม ข้าวหายจากโกดัง ซื้อแพงขายถูก ทำให้ขาดทุนมหาศาล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะกลไกการค้าข้าวตกอยู่กับพ่อค้า ซึ่งทรงอิทธิพลเหนือนักการเมือง โดยอาศัยเงินก้อนใหญ่เป็นผลตอบแทนการให้โควตาหรือสิทธิ์อื่นๆ ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีต่อชาวนาแม้แต่น้อย กลับจะเพิ่มแรงกดดันให้ตลาดและกลไกการค้าข้าวอยู่ในอุ้งมือของวงจรอุบาทว์ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

 รัฐบาลปัจจุบันคงทำอะไรไม่ได้มากเช่นกัน เมื่อติดกับดับในการเมืองรูปแบบพรรคร่วมรัฐบาล และแต่ละฝ่ายมุ่งแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายในระยะสั้นและระยะยาว ทำให้โครงสร้างการเกษตรและการทำนาต้องเสื่อมโทรม เพราะไม่มีใครจริงใจกับชาวนานั่นเอง กิจกรรมต่างๆ ทางการเมืองจึงเป็นเพียงการหาเสียง 

 การแก้ไขจะสำเร็จได้ก็ด้วยความจริงใจ ความตั้งใจ และการทุ่มเททรัพยากรเพื่อสร้างรากฐานมั่นคงให้ระบบการเกษตร เช่น การวางแผนการผลิต การตลาด การควบคุมต้นทุน การแปรสภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมอำนาจต่อรองของชาวนา อย่างน้อยที่สุดก็ไม่ควรให้สถานภาพย่ำแย่ไปกว่าปัจจุบัน ดังนั้น การร่วมมือร่วมใจกันเสียสละเพื่อสร้างอนาคตอันมั่นคงให้ประเทศในการผลิตอาหารให้เพียงพอและมีเหลือสำหรับส่งออก จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพียงแต่จะหาใครมีคุณสมบัติและความกล้าหาญพร้อมที่จะรับภารกิจนี้เท่านั้น