
'ดีเอ็นเอ'ป้องกันรถหาย
'ดีเอ็นเอ'ป้องกันรถหาย : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวคมชัดลึก
ใครจะไปนึก ! ว่า รถยนต์รวมไปถึงรถจักรยานยนต์ สมัยนี้ก็มี "ดีเอ็นเอ" เพราะหลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอาจริงเอาจังกับการป้องกันรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่สูญหายแทบทุกวัน ทางกองบังคับการปราบปราม หรือที่เราๆ ท่านๆ เรียกชื่อกันติดปากว่า "กองปราบปราม" มี พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้กุมบังเหียน ได้ออกมาขานรับมาตรการปราบปรามการโจรกรรม..อย่างเข้มแข็ง พร้อมทั้งมุ่งเน้นการกวาดล้างบรรดาแก๊งโจรกรรมในซุ้มต่างๆ รวมถึง "เซียงกง" หรือร้านขายชิ้นส่วนอะไหล่มือสอง ที่มักรับซื้อรถเป็นคันๆ หรือชิ้นส่วนต่างๆ มาขายให้ชาวบ้านทั่วไป
สำหรับ "นวัตกรรมใหม่" ที่จะเผยโฉมสู่สายประชาชนในครั้งนี้ คือการฉีด "ดีเอ็นเอ" เข้าไปฝังในชิ้นส่วนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทุกชิ้น เพื่อสะดวกรวดเร็วต่อการติดตามรถที่สูญหาย และช่วยในการติดตามชิ้นส่วนของกลางคืนจากแหล่งรับซื้ออะไหล่มือสอง ที่คนร้ายมักนำไปจำหน่าย รวมถึง "อู่ซ่อมรถ" ที่มักอยู่ตามตรอก.! ซอกซอย.! เพราะถือว่าเป็นแหล่งผิดกฎหมาย ที่เจ้าของร้าน หรืออู่ซ่อมรถ ต้องถูกดำเนินคดีโทษฐาน "รับซื้อของโจร"
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.สุพิศาล อธิบายว่า "ดีเอ็นเอ" ที่กล่าวถึงนั้น เป็นสารโพลิเมอร์ มีลักษณะเป็น "ดอท" หรือ "จุดเล็กๆ" จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแค่ 1 มิลลิเมตรเท่านั้น และเจ้าจุดเล็กๆ นี้ จะมีการบันทึกรหัสเป็นตัวอักษร และตัวเลขอยู่หลายบรรทัด โดยรหัสที่ใช้จะมีให้สำหรับรถ 1 คัน หรือทรัพย์สินมีค่า 1 ชิ้น พร้อมกับจะถูกนำไปผสมกับกาวชนิดพิเศษ ที่มีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศเป็นอย่างดี รวมถึงจะมีการผสมสารเรืองแสง เพื่อความสะดวกต่อการตรวจสอบ เพราะเมื่อเจ้าสารดังกล่าวไปถูกแสงยูวี หรือแบล็กไลท์ จะปรากฏขึ้นมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ
หลายคนคงตั้งคำถามด้วยความสงสัย ว่า "ดีเอ็นเอ" หรือจุดเล็กๆ จะถูกนำไปติดตั้งอย่างไร คงจะยกตัวอย่างได้เพียงสั้นๆ ว่า กรณีที่เป็นรถยนต์จะพ่นตามซอกต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกรถยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่สำคัญ 48 จุด อาทิ เครื่องยนต์ ใต้ท้องรถ ใต้ฝากระโปรงหน้า ประตูหน้า-หลัง ซุ้มล้อ กันชนด้านใน เป็นต้น ส่วนรถจักรยานยนต์ ก็จะทำการพ่นในลักษณะเดียวกัน โดยทุกจุดที่พ่น "ดาต้าดอทดีเอ็นเอ" ทั้งหมด จะเชื่อมไปยังฐานข้อมูลของบริษัทที่รับติดตั้ง และทำการเปรียบเทียบเสมือนดีเอ็นเอของมนุษย์ โดยฐานข้อมูลของ “ดอท” จะถูกเก็บรักษาอย่างแน่นหนา และสามารถเรียกตรวจสอบได้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น เมื่อเกิดเหตุอุบัติเหตุ หรือถูกโจรกรรม
ส่วนความร่วมมือนั้น "กองปราบปราม" ได้ผนึกกำลังกับ "เครือข่ายเว็บไซต์ลอสคาร์" และบริษัทดีเอ็นเอ (ประเทศไทย) จำกัด จัดพิมพ์ใบปลิวประชาสัมพันธ์ แนะนำนวัตกรรมใหม่ “ดาต้าดอทดีเอ็นเอ” ช่วยป้องกันและติดตามรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมรวมถึงทรัพย์สินของมีค่าอื่นๆ โดย 1 โดส หรือ 1 หลอด จะสามารถพ่นชิ้นส่วนทั้งด้านนอก และด้านในรถยนต์ ได้ทั้งหมด 48 ตำแหน่ง จำนวนกว่า 7,000 จุด สนนราคาสำหรับค่าติดตั้งตกคันละประมาณ 6,900 บาท
ทั้งนี้ แม้ว่าเจ้าของรถจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการป้องกันการโจรกรรมรถ ควบคู่กับการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือป้องกันรถหายกันมากขึ้น แต่กลุ่มคนร้ายที่จ้องกระทำความผิด ก็มีการพัฒนา และคิดค้นรูปแบบวิธีการโจรกรรมรถ ที่แยบยลเหมือนเงาตามตัว แนวทางแก้ไขปัญหารถยนต์ และรถจักรยายนต์ ให้รอดพ้นจากการถูกโจรกรรมจากกลุ่มมิจฉาชีพที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น การจอดรถไว้ในสถานที่ที่มีรั้วรอบขอบชิด มีประตูปิดอย่างแน่นหนา ที่สำคัญต้องให้อยู่ในสายตาของเราด้วยเช่นกัน
จากการตรวจสอบข้อมูลสถิติรถหายในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2555 ที่ผ่านมา พบว่า รถกระบะ ประเภทสี่ประตู และสองประตูแบบแค็บ ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของแก๊งมิจฉาชีพ เพราะมีการสั่งออเดอร์มาอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่รถยนต์ยอดฮิตที่หายบ่อยที่สุด คงหนีไม่พ้นรถขนาดเล็กๆ ที่ประชาชนกำลังนิยมใช้กันอยู่ คือ วีออส, ยาริส, ซีวิค และฮอนด้าแจ๊ส สำหรับจุดล่อแหลมที่รถมักถูกโจรกรรมมากที่สุด คือ ริมถนนที่มีร้านอาหาร ตรอกซอกซอยเปลี่ยวๆ สวนสาธารณะ ชุมชนบ้านเรือนเคหสถาน ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ที่ล้างรถและอู่ซ่อมรถ โดยช่วงเวลาที่มักจะเกิดก็ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นไปจนถึงตี 4
............................
(หมายเหตุ : 'ดีเอ็นเอ'ป้องกันรถหาย : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวคมชัดลึก)



