
ความประพฤติ(มิ)ชอบในวงการตำรวจ
ความประพฤติ(มิ)ชอบในวงการตำรวจ : โลกตำรวจ โดยผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข
"ผู้นำ(การเมือง)ต้องมีเสือเดินตาม ไม่ใช่มีหมาเดินตาม" วาทะที่น่าสนใจของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งปรากฏขึ้นในภายหลังการตัดสินใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อคราวพิจารณาปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีและส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...เพียงแต่จะส่งผลแย่ลงหรือดีขึ้น ?
ตัวเรามองตัวเรา โดยให้ความหมายและคุณค่าในฝีมือและผลการทำงานของเราอย่างหนึ่ง ในขณะที่คนอื่นๆ และผู้ที่มีอำนาจเหนือเราอาจให้ความหมายและคุณค่าที่แตกต่าง...หากแต่ทั้งหมดทั้งปวงเป็นเพียงแค่สิ่งที่สังคมสร้างขึ้น (social construct) ไม่ใช่เป็นความจริงแท้ (reality)... ใครทำสิ่งใดย่อมรู้อยู่แก่ใจ !!!
ภาวะผู้นำมีอยู่ในเนื้อในตัวของบุคคลทุกคน เป็นศักยภาพที่จำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องมียศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งใดๆ โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งจำเป็นต้องแสดงบทบาทหน้าที่ตามตำแหน่ง ต้องมีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ที่ตนเองได้รับ บ่อยครั้งที่พบว่าผู้นำตามตำแหน่งเป็นผู้ที่ไร้ภาวะผู้นำ ทั้งนี้เนื่องมาจากเส้นทางการ(วิ่ง)ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำองค์กรนั้นได้มาโดยมิชอบ
ปรากฏการณ์และเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่มีต่อการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมานี้มีข้อคิดที่เตือนใจผู้มีอำนาจทั้งหลายและผู้เกี่ยวข้องว่า...อำนาจควรจะเกิดขึ้นควบคู่กันกับบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ อย่าหลงผิดคิดเพียงว่า...อำนาจมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แต่เพียงเท่านั้น “...การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” คือพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
องค์กรตำรวจมีความสำคัญอย่างมากกับสังคมไทยเพราะตำรวจอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน มีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับทุกข์-สุขของประชาชน อีกทั้งยังเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย บทบาทหน้าที่ของตำรวจมีความสำคัญและได้รับความไว้วางใจให้สามารถพกพาอาวุธเพื่อดูแลปกป้องความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในสังคม ดังนั้น ตำรวจทุกนายจึงต้องเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ มีอารมณ์ที่มั่นคง มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีความกล้าหาญ เสียสละ แต่ในขณะเดียวกันต้องมีความสุภาพ อ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตน บุคลิกภาพดังกล่าวข้างต้นจะทำให้บุคคลนั้นถูกมองจากสังคมว่าเป็นตำรวจ ไม่ใช่นักเลงอันธพาลที่นิยมใช้อำนาจและความรุนแรง และตำรวจต้องมีนายที่ดีด้วย
ด้วยเหตุนี้การคัดเลือกบุคคลมาเป็นตำรวจหรือเป็นนายของตำรวจ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความใส่ใจในบุคลิกภาพของตำรวจหรือผู้นำตำรวจด้วยว่ามีบุคลิกภาพที่เหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำระดับสูงนั้นบุคลิกภาพจะผูกติดกับอัตลักษณ์ขององค์กร
ฤดูกาลของการมอบอำนาจให้แก่บุคคลที่มีความดีให้มาทำหน้าที่ปกครอง บังคับบัญชาเพื่อให้ชาวบ้านได้มีความผาสุกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วในโลกของตำรวจ(ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโลกของการเมือง) การพยายาม (อย่างสุดแรงเกิด)เพื่อให้สอดคล้องกับพระบรมราโชวาทที่ว่า "ส่งเสริมให้คนดีได้ปกครอง...” นั้นถือว่าเป็นภารกิจที่หนักหนาสาหัสไม่น้อยสำหรับผู้บริหารงานตำรวจระดับสูง
“เอาสักครั้งเถอะพี่...ไหนๆ พี่ก็ใกล้เกษียณแล้ว เราลองฝากชื่อไว้ ลองทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อขวัญและกำลังใจของลูกน้องของเราที่มันทำดี มันขยันหมั่นเพียร สมควรที่จะได้รับการพิจารณา" รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค เสนอความเห็นต่อผู้บัญชาการ บนโต๊ะที่มีกองเอกสารจำนวนหนึ่งวางอยู่บนซองเอกสารสีน้ำตาลที่คนในวงการตำรวจเรียกว่า "ตั๋ว”
ตั๋วถูกส่งมาจากคนที่มีอำนาจมากๆ ที่สามารถกดดันผู้ที่มีหน้าที่เสนอชื่อและเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายตามหน้าที่และความรับผิดชอบ...หากฝ่าฝืนหรือแข็งขืนก็จะได้รับการตอบโต้ด้วยมาตรการต่างๆ จนในที่สุดก็มักจำต้องยอมตามหรืออย่างมากก็ประนีประนอมพอให้ผู้นำตำรวจไม่เสียศูนย์...เสียการเคารพศรัทธาจากบริวารจนทำงานไม่ได้
“เอาไว้มึงมาเป็นผู้บัญชาการก่อนแล้วมึงค่อยทำอย่างที่มึงพูด” ผู้เป็นทั้งนายเป็นทั้งรุ่นพี่พูดตอบด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่อย่างมีนัยว่า "แล้วมึงก็จะรู้ว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด”
ความรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทนอิหลักอิเหลื่อที่จะต้องลบชื่อตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีความเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้เลื่อนตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสมกับความรู้ความสามารถและความดีที่ทำมานั้นเกิดขึ้นกับเหล่าบรรดาผู้บริหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น...ลูกน้องหลายคนจำต้องหมดสิทธิเพราะไม่มีตั๋วแข็งๆ ส่งมาจากผู้มีอำนาจ
“เราต้องลบชื่อลูกน้องของเราที่มันทำดี แล้วก็จำต้องหยิบเอารายชื่อตามตั๋วนั้นมาใส่แทน” นายตำรวจพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความสะเทือนใจ สีหน้าเคร่งเครียด "แต่เราจะจำมันไว้ จำไว้ในใจว่าไอ้ลูกน้องตำรวจเหล่านี้มันคือตำรวจที่ทำหน้าที่สมศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจโดยแท้ ถึงแม้ว่าสักวันนึงมัน(จำ)ต้องทำหน้าที่ตามการบัญชาของนายที่มาจากตั๋ว ไม่ได้มาจากฝีมือในการทำงานก็ตาม” ความในใจพร่างพรู แต่อย่างน้อยความพยายามของเหล่าบรรดานายๆ ในที่ประชุมวันนั้นก็ยังเปิดรูเล็กๆ ให้ตำรวจดีๆ ที่ตั้งใจทำงานอย่างเข้มแข็งบางคนได้มีโอกาสหลุดพ้นจากการเบียดเบียนแย่งชิงพื้นที่ของเหล่าบรรดาตำรวจนักวิ่งหาตั๋ว(อย่างน่าละอาย)ได้บ้าง
ภาพนายตำรวจก้มลงกราบจนผู้เป็นนายรีบก้าวถอยหลังเพื่อหลบเลี่ยงการกระทำเช่นนั้นของผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นภาพที่ไม่สามารถบรรยายความรู้สึกของผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้ "ผมกราบขอบคุณที่นายให้ความเป็นธรรมกับผม นายทำให้ผมมั่นใจว่าวงการตำรวจนั้นยังมีนายดีๆ ที่พร้อมจะส่งเสริมคนดีให้มุ่งมั่นในการทำหน้าที่เพื่อเป็นตำรวจที่ดีต่อไป”
“กลับไปทำงาน ผมไม่ได้ให้คุณ ชาวบ้านประชาชนที่คุณดูแลเขาต่างหากที่ให้ยศถาบรรดาศักดิ์นี้แก่คุณ ไม่ใช่ผม” นายบอกกับลูกน้องด้วยน้ำเสียงที่ปลุกเร้าความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีอยู่ในเนื้อในตัวของตำรวจที่อยู่ในที่นั้น
“คนอย่างนี้ที่สมควรจะได้เป็นนาย(ตำรวจ) !!!!”



