คอลัมนิสต์

ตำรวจต้องเป็นมืออาชีพ

ตำรวจต้องเป็นมืออาชีพ

10 ก.ค. 2556

ตำรวจต้องเป็นมืออาชีพ : บทบรรณาธิการประจำวันที่10ก.ค.2556

            การเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลด้านความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตอธิบดีกรมตำรวจคนสุดท้าย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก สร้างความยินดี ขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลได้ไม่น้อยจะเรียกว่าลูกหม้อก็คงไม่ผิด เคยบริหารหน่วยงานแห่งนี้มายาวนาน ย่อมรู้ธรรมชาติของการทำงานและบุคลากรเป็นอย่างดี ปัญหาของ สตช.น่าจะได้รับการแก้ไขทั้งในแง่ของการพัฒนาองค์กร เพิ่มศักยภาพบุคลากรและงบประมาณ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น การบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งถูกมองว่ายังเป็นสองมาตรฐาน รวมถึงการดูแลการชุมนุมทางการเมืองและการดำเนินคดีอย่างเที่ยงธรรม

            ที่ผ่านมาถึงแม้จะได้อดีตนายตำรวจมาควบคุมบ้าง แต่ยังถือว่าความลึกซึ้งและความผูกพันไม่เท่ากับ พล.ต.อ.ประชา ซึ่งรับราชการมาตั้งแต่ ร.ต.ต. จนถึง พล.ต.อ. ได้นั่งตำแหน่งสูงสุดขององค์กร หลายปีที่ผ่านมาองค์กรนี้ถูกใช้งานทางการเมืองกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการกดดันฝ่ายตรงข้าม ทำให้การบริหารภายในเกิดความเสียหาย นายตำรวจส่วนใหญ่ที่อยู่ในตำแหน่งหลักตั้งแต่ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ เรื่องลงมาถึงระดับผู้กำกับโรงพัก หรือสารวัตร ล้วนเป็นคนของฝ่ายการเมือง ความดีความชอบมาจากการรับใช้นักการเมืองไม่ใช่การดูแลทุกข์สุขหรือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน

            นอกจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือการฝักใฝ่ทางการเมืองแล้ว ทัศนคติต่ออาชีพนับวันจะยิ่งขาดหายไป อาชีพตำรวจกลายเป็นเรื่องของการไคว่คว้าหาผลประโยชน์ ผบ.ตร.คนปัจจุบันมุ่งเน้นปรับบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ แต่ลำพังผู้นำองค์กรคนเดียวทำได้ยาก หากการเมืองไม่ร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เมื่อ พล.ต.อ.ประชา เข้ามาดูแล การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งต้องไม่มี การให้คุณให้โทษต้องมาจากผลงานมากกว่าการไปเกาะนักการเมือง ไม่ใช่ให้บรรดาแกนนำพรรคหรือแม้แต่ผู้ที่หลบหนีโทษ มามีอิทธิพลต่อการโยกย้าย ไม่เช่นนั้นองค์กรตำรวจก็ไม่ต่างอะไรกับพรรคการเมือง

            เมื่อ พล.ต.อ.ประชา เข้ามารับผิดชอบในส่วนนี้ จึงต้องเรียกขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับคืนมาให้ได้ อดีตเคยมีสำนวนว่า หากหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก เป็นสัจธรรม แต่ที่ผ่านมานักการเมืองไม่น้อยที่เข้ามากอบโกยใช้ประโยชน์จากองค์กรนี้ นายตำรวจที่สนองตอบกลับได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นอย่างทันตาเห็น ศักดิ์ศรีของตำรวจ ความเป็นมืออาชีพจางหายไป เริ่มซึมซับลึกลงไปถึงโรงเรียนนายร้อย โรงเรียนพลตำรวจ สถาบันที่ผลิตบุคลากรทางด้านนี้ มีตัวอย่างจากรุ่นพี่ๆ ในการเติบโตของชีวิตราชการ โรงเรียนตำรวจสอนให้มาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไม่ได้บ่มเพาะให้มาเป็นนักธุรกิจ ตำรวจคอร์รัปชั่น รองนายกฯ ชื่อประชา น่าจะรู้ดี คงต้องเริ่มตระหนักว่า อนาคตตำรวจต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนศรัธทาเหมือนเช่นอดีต