คอลัมนิสต์

รัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับ

รัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับ

09 ก.ค. 2556

รัฐบาลต้องมีมาตรการรองรับ : บทบรรณาธิการประจำวันที่9ก.ค.2556


               ถึงแม้ว่า ในที่สุดแล้วบริษัทสหฟาร์ม ผู้ผลิตไก่ส่งต่างประเทศรายใหญ่ของไทย น่าจะกลับมาทำธุรกิจที่มีมูลค่าส่งออกไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ของตนเองต่อไปได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัทสหฟาร์มก็น่าจะเป็นกรณีศึกษากรณีหนึ่ง เพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณาว่า นโยบายและการบริหารงานของรัฐนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของเอกชนหรือไม่ ไม่ควรมองเพียงแค่ว่า นั่นคือความสามารถในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน ที่เมื่อไม่สามารถทนต่อแรงเสียดทานได้ ก็ย่อมล้มลงไปอันเป็นวัฏจักรของธรรมชาติอยู่แล้ว

               นอกเหนือจากรายได้จากการส่งออกไก่ไปทั่วโลกจะเป็นเม็ดเงินที่เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแล้ว จำนวนพนักงานกว่า 2 หมื่นคน ที่ได้รับการจ้างงานก็เป็นอะไรที่ชัดเจน เพราะหากคนเหล่านั้น หรือแค่ครึ่งหนึ่งของพนักงานบริษัทแห่งนี้ต้องตกงาน นั่นก็ย่อมหมายความว่า จะต้องเป็นภาระให้แก่รัฐบาลที่จะต้องเข้ามาช่วยเหลือดูแล อย่างน้อยๆ สำนักงานประกันสังคมก็คงจะต้องมีงานเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ย่อมส่งผลกระทบทางสังคมไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมที่จะตามมา

               ไม่มีใครเชื่อว่า กรณีสหฟาร์มจะเป็นกรณีสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและจากนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ บริษัทที่อยู่ในสภาพหายใจรวยริน เพราะขนาดไม่ใหญ่เท่าบริษัทสหฟาร์มยังมีอีกจำนวนมาก และน่าเชื่อว่าบริษัทเหล่านั้นไม่โชคดีเหมือนกับบริษัทสหฟาร์ม ที่มีนักลงทุนต่างชาติเห็นศักยภาพก็เลยเตรียมนำเม็ดเงินมาลงทุนต่อลมหายใจให้แก่สหฟาร์ม ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น และปัญหาค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท จึงน่าจะหมดไปแล้วสำหรับบริษัทสหฟาร์ม แต่กับบริษัทอื่นน่าจะไม่เป็นอย่างนั้น

               บนเส้นทางการแข่งขันที่ไม่ว่ารายเล็กรายใหญ่ ไม่ว่าจะแข็งแรงหรือกะปลกกะเปลี้ยแค่ไหน ในแง่ของทุนนิยมแล้ว ทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน เพียงแต่ฝ่ายที่แข็งแรงกว่าย่อมได้เปรียบกว่า และมีสายป่านที่ยาวกว่า นั่นเป็นความจริง แต่ในฐานะที่เป็นรัฐบาลจะปล่อยให้ความจริงเช่นนั้นดำเนินต่อไปโดยที่ไม่เหลือบแลฝ่ายที่อ่อนแอกว่า หรือมีโอกาสน้อยกว่าไม่ได้ เพราะยังมีความจริงอีกด้วยว่า ฝ่ายที่สายป่านยาวกว่า แข็งแรงกว่า ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้รับประโยชน์จากบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ถ้วนทั่วทุกคน

               ถึงแม้ว่าทุกคนอยากมีรายได้เพิ่มและอยากให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ต้วมเตี้ยมมานานหลายสิบปี เพียงแค่คนเดียวปากเดียวก็แทบจะไม่พอกิน ได้มีโอกาสปรับปรุงขึ้น เพื่อให้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัวได้ แต่การเพิ่มรายได้จากนโยบายของรัฐบาลก็ควรจะมีมุมมองถึงผลกระทบที่จะตามมาว่า เมื่อเพิ่มรายได้แล้วจะทำให้ความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้นดีขึ้นจริงหรือไม่ และถ้าไม่ อย่างที่กำลังเกิดขึ้นกับพนักงานของบริษัทสหฟาร์มที่แค้นเคืองจนถึงขั้นขู่เผาบริษัทในขณะนี้ รัฐบาลมีมาตรการอะไรรองรับไว้บ้าง เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้