
'นิคมบางปู'วัดสภาพน้ำคลองตำหรุ...ไร้สารเคมีปนเปื้อน
'นิคมบางปู'วัดสภาพน้ำคลองตำหรุ...ไร้สารเคมีปนเปื้อน : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม
หลังจากชาวบ้านชุมชนรสทิพย์ ภายในเขตเทศบาลตำบลบางปู ร้องเรียนมายังรายการ "โรงพักระวังภัย" ว่า คลองตำหรุ ซึ่งขนานถนนสุขุมวิทสายเก่า ความยาวกว่า 10 กิโลเมตร สภาพน้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น โดยชาวบ้านสันนิษฐานว่า น่าจะมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากโรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู
ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีน้ำเน่าเหม็นในคลองดังกล่าวจริง แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าน้ำเน่าเสียเกิดจากสาเหตุใด ทั้งนี้ นายประทวน สุทธิอำนวยเดช อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทปราการ ได้ประสานไปยังนิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อหาสารปนเปื้อน หากพบว่าต้นตอมาจากนิคมจะดำเนินการเอาผิดโรงงานนั้น แต่ถ้าเกิดจากชุมชนท้องถิ่นก็ต้องช่วยกันดูแลฟื้นฟูสภาพน้ำ
ต่อมาทาง นิคมอุตสาหกรรมบางปู ติดต่อมายังทีมข่าวว่า ผลการตรวจวัดสภาพตัวอย่างน้ำที่เก็บไปก่อนหน้านี้ออกมาแล้ว พบว่า "ค่าความสกปรกยังอยู่ในระดับที่กฎหมายกำหนด และไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี" อย่างที่ชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจ
นายสมคิด แท่นวัฒนกุล รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า นิคมบางปูมีระบบจัดการน้ำภายในนิคมแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดกว่า 300 โรงงาน จะถูกส่งเข้าบ่อบำบัดรวมของนิคมเพื่อผ่านกระบวนการกรองของเสีย และเพิ่มปริมาณออกซิเจนจนผ่านค่ามาตรฐานความสะอาดที่กฎหมายกำหนด ก่อนปล่อยออกสู่คลองหัวลำภู แล้วลงสู่ทะเล โดยไม่ได้ลงคลองตำหรุ อย่างที่ประชาชนบางส่วนเข้าใจ และทางระบายน้ำฝนของนิคม ที่มีการเชื่อมต่อลงคลองตำหรุ แต่จะมีประตูกั้นทางระบายน้ำ รวมถึงสถานีหน่วงน้ำฝนจำนวน 10 สถานี ล้อมรอบนิคม คอยกักน้ำจนกว่าจะได้รับการตรวจวัดคุณภาพ จึงจะมีการระบายออกสู่คลองสาธารณะทั้ง 2 ส่วนนี้
"แสดงให้เห็นว่า นิคมบางปูไม่มีส่วนทำให้คลองตำหรุเกิดเน่าเหม็นแน่นอน ไม่มีเหตุผลที่โรงงานต่างๆ ต้องลักลอบปล่อยน้ำเสีย"
นายสมคิด กล่าวอีกว่า นิคมบางปูเก็บค่าบำบัดน้ำเสียเป็นราคาเหมาจ่ายตามปริมาณน้ำประปาที่แต่ละโรงงานใช้อยู่แล้ว ดังนั้นจะปล่อยน้ำเสียมากหรือน้อยก็ต้องจ่ายเงินเท่ากัน สิ่งที่กลัวคือ กรณีอุบัติเหตุสารเคมีรั่วไหลที่อาจผ่านทางระบายน้ำลงสู่คลองสาธารณะโดยตรง ทำให้ปัจจุบันจึงต้องมีการตรวจวัดระดับความสกปรกของน้ำที่ถูกกักไว้ก่อนที่จะถูกปล่อยออกจากนิคม
สำหรับประเด็นข้อสังเกตของชาวบ้านที่มองว่าสภาพน้ำเน่าเริ่มเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจมาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมในพื้นที่หรือไม่นั้น นายสมคิด ชี้แจงว่า นิคมบางปูดำเนินการมานานกว่า 30 ปี และการขยายตัวอย่างรวดเร็วก็เกิดขึ้นเพียงในระยะแรกที่เริ่มก่อตั้งนิคมเท่านั้น ในทางกลับกัน การขยายตัวที่ส่งผลมากที่สุด คือ "ชุมชนที่เพิ่มมากขึ้น"
ทางนิคมได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำในคลองตำหรุ ปรากฏว่า "ค่าความสกปรกของน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นทุกครั้งที่ผ่านพื้นที่ชุมชน" เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดน้ำเน่าเสียมากที่สุดนั้นคือ "เศษอาหาร" โดยเฉพาะน้ำมัน รวมถึงสารเคมีจากการทำความสะอาดครัวเรือน
"ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นและไม่หยุดจนกว่าประชาชนและภาครัฐจะเห็นความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม เริ่มจากติดตั้งบ่อบำบัดภายในบ้านของตนเอง ไม่เช่นนั้นคลองใกล้ชุมชนทุกแห่งคงมีสภาพไม่ต่างจากคลองตำหรุแห่งนี้" นายสมคิด กล่าว
..................................
(หมายเหตุ : 'นิคมบางปู'วัดสภาพน้ำคลองตำหรุ...ไร้สารเคมีปนเปื้อน : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม)



