คอลัมนิสต์

'วาระซ่อนเร้น'ทุกวลีเปลือยใจของชาย2คน

'วาระซ่อนเร้น'ทุกวลีเปลือยใจของชาย2คน

08 ก.ค. 2556

จับตา'วาระซ่อนเร้น' ทุกวลีเปลือยใจของชายสองคน : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์

             กลายเป็นประเด็นเรียกความสนใจได้ไม่น้อยจากบทสนทนาของ "ชายสองคน" ที่ยังไม่มีใครออกมายอมรับว่าเป็น "เสียงของตัวเอง"

             หากฟังหรือดูเนื้อหาของการสนทนา จะเห็นว่า "เนื้อหาสาระที่สนทนากันไม่มีส่วนไหนพูดเรื่องการทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง"

             เนื้อหาการสนทนาส่วนใหญ่เป็นการพูดถึง "ประโยชน์ส่วนตัว-ธุรกิจ"

             แต่ "เป้าใหญ่" ที่นับจากนี้ไปจะถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ "กองทัพ" โดยเฉพาะ "ผู้นำ"

             ทิศทางของ "ผู้นำ" จะถูก "กำหนด" ให้เป็นไปตาม "ถ้อยสนทนา" ของ "ชายสองคน" หรือไม่ เป็นเรื่องน่าสนใจและน่าติดตาม

             โดยเฉพาะบางช่วงบางตอนที่มีการกล่าวถึงการนำ "ร่าง พ.ร.บ." หลายฉบับที่เตรียมจ่อเข้าสภาทันทีที่เปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปใน 1 สิงหาคมนี้ โดยเฉพาะร่างพ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท, ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง และร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นต้น

             ดูเหมือนการสนทนาจะพูดถึงกระบวนการการแก้ไขกฎหมายที่ผ่านสภาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำเข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหม และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีออกเป็นพระราชกำหนด

             ดังนั้นกฎหมายที่ผ่านกระบวนการพิจารณา "สภากลาโหม" และ "สภาความมั่นคงแห่งชาติ" ส่วนใหญ่ออกเพื่อความมั่นคงของชาติ

             จากวลีที่บอกว่า "เราเสนอเป็น พ.ร.บ. ไม่มีใครรู้ แต่พอถึงสภาความมั่นคง เพื่อความไม่วุ่นวายเสนอเป็น พ.ร.ก." ทำให้ร่าง พ.ร.บ.2 ฉบับถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือ "ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง และร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม"

             จากบทสนทนาทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การจะนำกฎหมายที่ออกเป็น "พระราชบัญญัติ" ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว ไปออกเป็น "พระราชกำหนด" ที่ออกโดย "คณะรัฐมนตรี" ทำได้หรือไม่ และในอดีตเคยมีหรือไม่

             "ดร.ปณิธาน วัฒนายากร" นักวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์ เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการร่างพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า การออกกฎหมายลักษณะนี้บ้านเราไม่เคยทำมาก่อน จึงไม่แน่ใจว่าในทางกฎหมายมีผลอะไรตามมา เพราะก็ทราบกันดีว่า อำนาจคณะรัฐมนตรีออกกฎหมายเป็น "พ.ร.ก." ส่วน "พ.ร.บ." ออกโดยสภา

             "ในทางการเมือง หากมีแนวทางตามข่าวที่ออกมา(คลิปเสียง)ฝ่ายที่ผลักดันเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1.ต้องการให้ทหารทราบอย่างเป็นระบบโดยทั่วกัน เพราะผ่านกระบวนการของสภากลาโหมเป็นการไม่ให้ทหารแตกแถว 2.สภากลาโหม และสภาความมั่นคง ซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงทั้งระบบของประเทศให้การสนับสนุนทางการเมือง เพราะสามารถควบคุม และได้รับการสนับสนุนฝ่ายกลไกความมั่นคงทั้งหมด ยิ่งผ่านเรื่องไปให้ ครม.จะทำให้เรื่องที่ส่งมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น" ดร.ปณิธาน กล่าว

             อย่างไรก็ตาม "ดร.ปณิธาน" เห็นว่า ต้องดูรายละเอียดของกฎหมาย หรือพ.ร.บ.ที่จะผ่านกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาก่อน เพราะการที่ พ.ร.บ.เรื่องดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากสภามาแล้ว ถือว่ามีความชอบธรรม เนื่องจากมีกลไกตรวจสอบฝ่ายค้านได้อภิปรายคัดค้านและเสนอแนะมาแล้ว ส่วน พ.ร.ก.ที่ออกมาต้องเป็นเรื่องสำคัญ เร่งด่วน การที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารเป็นคนออก เพราะเห็นถึงความจำเป็นฉุกเฉิน แต่มีความชอบธรรมน้อย

             สำหรับสภากลาโหม "ดร.ปณิธาน" บอกว่า ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเหล่าทัพ ขณะที่ สมช.จะมีทั้งทหาร พลเรือน ตัวแทนของกระทรวง ทบวง กรม โดยใน สมช.จะมีอำนาจสูงกว่า เพราะมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานอยู่ ส่วนการออกกฎหมายโดยอ้างความมั่นคงของชาติต้องไปดูรายละเอียดของกฎหมายก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าจะนำกฎหมายฉบับไหนมาใช้ รายละเอียดระบุเรื่องอะไรบ้าง จากพ.ร.บ.มาเป็น พ.ร.ก.จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดของกฎหมายฉบับดังกล่าว

             แต่สิ่งหนึ่งที่ "ดร.ปณิธาน" เห็นว่าต้องเร่งทำอย่างรีบด่วนคือ หาต้นตอข่าวมาจากไหน คลิปเสียงดังกล่าวมาอย่างไร จริงหรือไม่อาจพิสูจน์ไม่ได้หมด รายละเอียดของเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องหลายคนบอกว่าไม่ใช่ การพิสูจน์อาจใช้เวลา แต่เทคโนโลยีปัจจุบันระบุได้ เพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม

             "ดร.ปณิธาน" ให้ข้อคิดเห็นว่า กฎหมายที่ออกเป็น พ.ร.บ.ได้รับความชอบธรรมเป็นไปตามระบบดีอยู่แล้ว แต่จะนำมาออกเป็น พ.ร.ก.อาจจะเกิดปัญหาตามมาเป็นการสร้างระบบใหม่ เพียงเพื่อตอบสนองการเมืองเท่านั้น


"สภาความมั่นคงแห่งชาติ" ประกอบด้วย

1.นายกรัฐมนตรี ประธาน
2.รองนายกรัฐมนตรี รองประธาน
3.รมว.กลาโหม สมาชิก
4.รมว.คลัง สมาชิก
5.รมว.ต่างประเทศ สมาชิก
6.รมว.คมนาคม สมาชิก
7.รมว.มหาดไทย สมาชิก
8.ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สมาชิก
9.เลขาธิการ สมช. สมาชิกและเลขานุการ

"สภากลาโหม" ประกอบด้วย

1.รมว.กลาโหม
2.รมช.กลาโหม
3.จเรทหารทั่วไป
4.ปลัดกระทรวงกลาโหม
5.รองปลัดกระทรวงกลาโหม
6.สมุหราชองครักษ์
7.รองสมุหราชองครักษ์ (อัตราจอมพล จอมพลเรือ หรือจอมพลอากาศ)
8.เสนาธิการกรมราชองครักษ์
9.ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
10.รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
11.เสนาธิการทหาร
12.ผู้บัญชาการทหารบก
13.รองผู้บัญชาการทหารบก
14.ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
15.เสนาธิการทหารบก
16.ผู้บัญชาการทหารเรือ
17.รองผู้บัญชาการทหารเรือ
18.ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
19.เสนาธิการทหารเรือ
20.ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
21.ผู้บัญชาการทหารอากาศ
22.รองผู้บัญชาการทหารอากาศ
23.ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
24.เสนาธิการทหารอากาศ
25.ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธทางอากาศ
26.สมาชิกสภากลาโหมผู้ทรงคุณวุฒิ

............................

(หมายเหตุ : จับตา'วาระซ่อนเร้น' ทุกวลีเปลือยใจของชายสองคน : ขยายปมร้อน โดยสมถวิล เทพสวัสดิ์)