คอลัมนิสต์

เสียงท้วงติงมิใช่ศัตรู

เสียงท้วงติงมิใช่ศัตรู

07 ก.ค. 2556

เสียงท้วงติงมิใช่ศัตรู : บทบรรณาธิการประจำวันที่7ก.ค.2556

             การออกมาแสดงความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท อาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 หมวด 8 ว่าด้วยการเงิน การคลัง และงบประมาณในมาตรา 169 พร้อมบันทึกความเห็นที่ว่าเมื่อการกู้เงินตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลังกู้เงินอันเป็นหน่วยงานของรัฐ เงินกู้จึงเป็นเงินแผ่นดิน ส่งผลให้นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย หรือคปก. ต้องเผชิญหน้ากลับรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

             ข้างฝ่ายรัฐบาลก็อ้างคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลว่าสามารถทำได้ บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่ว่ารายจ่ายที่จะจ่ายจากเงินแผ่นดิน คือเงินที่อยู่ในบัญชีคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง ส่วนเงินกู้ไม่ใช่เป็นเงินแผ่นดิน เพราะไม่ได้ถูกส่งเข้าบัญชีคลัง แต่เป็นเงินกู้จากแหล่งเงินอื่น และต้องใช้จ่ายได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ของการกู้เงินเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2552 หรือโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนไร้ฝุ่น เป็นต้น ทั้งที่เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทมีระยะเวลา 7 ปี แต่โครงการไทยเข้มแข็งนั้นเร่งด่วนใช้เวลาเพียง 1 ปี

             กระนั้นก็ดีความคิดเห็นที่แตกต่างถือเป็นเรื่องดีในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายควรรับฟังและนำข้อเสนอแนะเหล่านั้นมากลั่นกรองให้เกิดความถูกต้องเพื่อนำไปปฏิบัติให้สัมฤทธิผลมากที่สุด แต่กลับมีความพยายามของบางฝ่ายออกมาโจมตี ถึงการออกมาคัดค้านของ คปก.ครั้งนี้มีนัยทางการเมือง เป็นความน้อยใจที่รัฐบาลไม่ให้งบ 300 ล้านบาทที่ขอไปหลังจากถูกตัดงบเพราะงานน้อย และยังเป็นการทำงานล้ำเส้น ทั้งที่มีหน้าที่ให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อกฎหมายกับรัฐบาล รวมถึงการสังคายนากฎหมายที่ออกโดยคณะรัฐประหาร

             ที่ผ่านมาหลายโครงการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มักมีปัญหาในข้อกฎหมายจนมีการตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามในการอาศัยช่องโหว่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ เช่น การกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทเพื่อใช้ในโครงการบริหารจัดการน้ำ ที่ศาลปกครองกลางสั่งชะลอและให้รับฟังความเห็นจากประชาชนก่อนดำเนินการ แต่รัฐบาลกลับมีความพยายามที่จะเร่งเดินหน้าโครงการและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพให้เสร็จภายใน 2 เดือน จนพรรคฝ่ายค้านได้ร่วมกันลงชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทั้งคณะต่อประธานวุฒิสภา เพื่อยื่นส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อไป

             ทุกฝ่ายต้องการให้การบริหารประเทศชาติเดินหน้าไปอย่างโปร่งใสถูกต้องชอบธรรมโดยไร้ซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เองได้ประกาศเจตนารมณ์ให้รัฐมนตรีทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เมื่อมีข้อติติงถึงความไม่ชอบมาพากล ผู้บริหารประเทศก็ควรตระหนักรับฟังและระดมมันสมองเพื่อตรวจสอบแก้ไขให้รอบด้าน ไม่เพิกเฉยกับเสียงส่วนน้อย หากการดำเนินงานของรัฐบาลอยู่บนความถูกต้องชอบธรรมทุกภาคส่วนของสังคมก็จะรับได้และให้การยอมรับ