คอลัมนิสต์

ปราบอาชญากรรมออนไลน์ให้หมด

ปราบอาชญากรรมออนไลน์ให้หมด

04 ก.ค. 2556

ปราบอาชญากรรมออนไลน์ให้หมด : บทบรรณาธิการประจำวันที่4ก.ค.2556


              ทุกวันนี้สังคมออนไลน์เป็นโลกใกล้ตัวเราที่ใช้ติดตามข่าวสารและติดต่อกับกลุ่มผู้คนไม่ว่าจะเพื่อนหรือเรื่องการทำงาน แต่โซเชียลมีเดียก็กลับกลายเป็นเครื่องมือหรือช่องทางหนึ่งที่ใช้กระจายข่าวสารในการเปิดประเด็นที่ใช้ทำลายฝ่ายตรงข้ามให้เสียหายหรือใช้ล่อลวงไปในเรื่องอาชญากรรม และนับวันจะยิ่งมีเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการตรวจสอบจับกุมยังทำได้ไม่ทั่วถึง และพยานหลักฐานเป็นเรื่องยากลำบากในการรวบรวมเพื่อดำเนินคดี อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยตรงก็ขาดผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาช่วยปฏิบัติงาน จนกลายเป็นช่องโหว่และปรากฏเป็นข่าวให้เห็นบ่อยครั้ง ซึ่งนอกจากจะเป็นคดีความแล้ว ยังก่อให้เกิดผลเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจ ปัญหาการหลอกลวงค้ามนุษย์ จึงควรจะหาวิธีการป้องกันโลกออนไลน์ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

              จากสถิติที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. รายงานพบว่า เรื่องที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดเป็นคดีความผิดเกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทต่อบุคคลในโลกโซเชียลมีเดีย ในลักษณะการโพสต์ข้อความต่อว่ากันไปมาระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ด้วยคำพูดหยาบคาย รุนแรงและหมิ่นประมาท ทำให้เกิดความเสียหาย เป็นลักษณะเข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาทและมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท รวมทั้งลักษณะการบิดเบือนข้อมูล ตัดต่อภาพ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าหากข้อมูลเป็นเท็จและทำให้ผู้อื่นเสียหายถือเป็นความผิดหมด

              ปัจจุบันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์มีหลายประเภท อาทิ การขโมยข้อมูล การนำเอาสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ทางอาชญากรรม ดังเช่นขบวนการค้ายาเสพติดที่ติดต่อซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต การละเมิดลิขสิทธิ์ รวมทั้งการปลอมแปลงหรือคัดลอกผลงานลิขสิทธิ์ภาพยนตร์-ดนตรี การเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร รวมถึงข้อมูลที่ไม่สมควรเช่น วิธีก่ออาชญากรรม การสอนทำระเบิด การฟอกเงินและการหลอกลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือคอลเซ็นเตอร์ ตลอดจนการเจาะเข้าระบบการเงินของสถาบันการเงิน นอกจากนี้ยังใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในการลวงก่อคดีละเมิดทางเพศและการค้ามนุษย์ ที่แต่ละปีมีเยาวชนและหญิงสาวจำนวนมากตกเป็นเหยื่อขบวนการทางโลกออนไลน์

              นับเป็นเรื่องที่ดีที่ ปอท.ได้มีการปรับเพิ่มกำลังคน และเครื่องมือในการดูแลปัญหาที่เกิดจากโซเชียลมีเดียในเรื่องการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทและการโพสต์ภาพตัดต่อให้เกิดความเสียหาย พร้อมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ในการดำเนินคดีความแบบไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาแจ้งความก่อนถึงจะดำเนินการ เพราะมีหน่วยที่เฝ้าจับตาดูและดำเนินการทางกฎหมายได้ทันที อย่างไรก็ตาม ไม่ควรวางกรอบทำงานเฉพาะเรื่องดังกล่าวเท่านั้น แต่น่าจะขยายขอบเขตการปราบปรามให้ครอบคลุมประเภทอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ให้ครบทุกด้าน โดยเฉพาะที่กระทบเศรษฐกิจและการค้ามนุษย์ควรจัดลำดับเป็นอันดับต้นๆ ในการเร่งจัดการด้วยซ้ำ นอกเสียจากว่า การลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจังครั้งนี้ซ่อนปมเพื่อเอื้อประโยชน์การเมืองหรือเปล่า