คอลัมนิสต์

เตะถังขยะ...ถูกรุมย้ำเละ

เตะถังขยะ...ถูกรุมย้ำเละ

03 ก.ค. 2556

เตะถังขยะ...ถูกรุมย้ำเละ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม

 

              “ผมขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน แต่รถน้ำมันหมดเลยจอดไว้ปากทางเข้าซอย ก่อนเดินเข้าบ้าน ระหว่างนั้นเกิดไปเท้าแขนที่ถังขยะของเทศบาลที่ตั้งอยู่ข้างทางล้ม พอเดินต่อไปเพื่อเข้าบ้านก็ไปเจอกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่นั่งกินเหล้าอยู่ชายกลุ่มนั้นไม่พอใจที่ทำถังขยะล้มจึงเกิดมีปากเสียงกัน ผมถูกชกจนบาดเจ็บ" นี่คือต้นเหตุที่ถูกรุมทำร้าย

              ทีมข่าวอาชญากรรม ได้ไปพูดคุยกับ "ศิวพล นพทิพย์" อายุ 30 ปี ครูสอนพัฒนาการเด็กพิการ สภาพใบหน้ายังปูดบวม ฟกช้ำตามร่างกาย เล่าเหตุการณ์ที่ถูกรุมทำร้ายว่า เหตุเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ริมถนนภูมิเวท ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังจากถูกชกต่อยก็เดินกลับบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ก็เจอกับน้องชาย จึงชวนกันออกมาเพื่อไปเคลียร์กับกลุ่มชายฉกรรจ์ เมื่อเดินมาถึงก็ให้น้องชายรออยู่ห่างๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปคุยกับกลุ่มชายฉกรรจ์เพียงคนเดียว แต่กลับถูกเข้ามาล้อมก่อนจะใช้กระบองฟาดที่ใบหน้าหลายครั้งจนล้มลง และถูกกระทืบซ้ำพร้อมทั้งใช้กระบองฟาดหลังอีกหลายที

              นายศิวพล กล่าวอีกว่า ส่วนน้องชายที่เห็นเหตุการณ์ก็พยายามจะเข้ามาช่วยเหลือแต่กลับถูกรุมทำร้ายเช่นกัน ส่วนตัวเองถูกทำร้ายใบหน้า ขอบตาบวมปูด และร่างกายบอบช้ำ มีบาดแผลถลอกอีกหลายแห่ง หลังเกิดเหตุจึงพากันไปแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด มี ร.ต.ต.ปิโยรส ชูกุล เป็นพนักงานสอบสวน จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ให้ไปทำแผลที่โรงพยาบาลกรุงไทย

              ขณะที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับผู้เสียหายอยู่นั้นทางคู่กรณีก็เดินทางมาที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อให้ปากคำข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อคือ นายเฉลิม  เผือกอ่วม กล่าวแย้งว่า ข้อมูลที่ทางฝ่ายผู้เสียหายพูดนั้นไม่เป็นความจริง ในวันเกิดเหตุยอมรับว่านั่งดื่มเหล้ากับพรรคพวก เห็นนายศิวพลเดินมาท่าทางมึนเมา เตะป้ายบอกทางและถังขยะของเทศบาล ที่หน้าปากซอยจนล้ม ก่อนจะเดินตรงเข้ามาบริเวณที่พวกตนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ จึงพูดตักเตือนด้วยความหวังดีว่าทำไมถึงเตะถังขยะล้มมันเป็นของหลวงจะทำลายของหลวงทำไม แต่นายศิวพลกลับขึ้นเสียงและบอกว่าถังขยะล้มก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกตน จนถึงขั้นทะเลาะวิวาทลงไม้ลงมือชกต่อยกัน

              "กลุ่มของผมทำรุนแรงจริง เป็นเพราะเวลานั้นมีอาการมึนเมา บวกกับผู้เสียหายและน้องชายที่ตามมาทีหลัง มีอุปกรณ์เป็นเครื่องยิงหมุดติดมือมาด้วย เกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงหาทางป้องกัน และใช้กระบองที่มีอยู่ฟาดไปที่ตัวผู้เสียหาย" นายเฉลิม กล่าวยอมรับ

              พ.ต.ท.มานะ เทียนเมืองปัก พงส.ผนพ.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า จากการตรวจสอบคู่กรณีไม่ได้เป็น อปพร.แต่อย่างใด เป็นเพียงมอเตอร์ไซค์รับจ้างแถวห้าแยกปากเกร็ด ส่วนเรื่องของคดีตอนนี้เจ้าหน้าที่รอผลตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลกรุงไทย สถานที่ที่นายศิวพลไปรักษาตัว จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลทำสำนวนส่งฟ้องศาลต่อไป

              "การดำเนินงานของตำรวจ กระบวนการแรกจะดำเนินคดีกับผู้ต้องหา นำตัวไปฟ้องศาลซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพ คดีนี้รอใบรับรองแพทย์หากอาการสาหัสก็จะนำตัวขึ้นศาลจังหวัด แต่หากแพทย์ลงความเห็นไม่สาหัสก็จะส่งฟ้องศาลแขวงต่อไป”

              ขณะเดียวกันหลังจากทั้งสองฝ่ายเข้าพบตำรวจทำความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คู่กรณีก็พร้อมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมทั้งยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหาย และจับไม้จับมือปรับความเข้าใจกันเป็นอย่างดี


............

(หมายเหตุ : เตะถังขยะ...ถูกรุมย้ำเละ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)