คอลัมนิสต์

ผนึกกำลังสกัดปัญหา'ค้ากามสู่...การค้ามนุษย์'

ผนึกกำลังสกัดปัญหา'ค้ากามสู่...การค้ามนุษย์'

28 มิ.ย. 2556

ผนึกกำลังสกัดปัญหา'ค้ากามสู่...การค้ามนุษย์' : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม


               จ.สงขลา เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาความเจริญของภูมิภาค ทั้งการปกครอง การค้า การคมนาคม ส่งผลให้หลายอำเภอของสงขลา อาทิ "หาดใหญ่" เป็นแหล่งรวมด้านธุรกิจ "สะเดา" ซึ่งเป็นอำเภอชายแดนติดกับประเทศมาเลเซีย กลายเป็นตลาดแห่งการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าของท้องถิ่น

               สงขลาเป็นเมืองท่าสำคัญของภาคใต้ และเป็นศูนย์กลางการประมง จนทำให้เกิดการอพยพประชากรจากพื้นที่จังหวัดใกล้ไกลเข้ามาอยู่อาศัย และประกอบอาชีพธุรกิจต่างๆ

               เมื่อความเจริญเข้ามารอบด้าน ปัญหาการค้ามนุษย์ก็ตามมา มีการล่อลวงเด็กทั้งชายและหญิง รวมทั้งกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

               นายสุรพล พนัสอำพล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เล่าว่า สถานการณ์การค้ามนุษย์ในจังหวัดมีการล่อลวงคนไปแสวงประโยชน์ใน จ.สงขลา หรือส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย รวมถึงเป็นจังหวัดทางผ่านของการนำเด็ก ผู้หญิง และแรงงานชายจากไทย และประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว พม่า กัมพูชา ไปแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์

               “สงขลาเป็นจังหวัดปลายทางมากกว่า มีการนำเด็ก ผู้หญิง และแรงงานชายมาแสวงประโยชน์ โดยบังคับผู้หญิงให้ค้าประเวณี ส่วนผู้ชายก็จะเอาไปใช้เป็นแรงงานประมง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอที่ติดกับชายแดน และบริเวณท่าเรือประมง”

               นายจรัส ชุมปาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์อันดับต้นๆ ในจังหวัดคือ การค้าประเวณี โดยมีการล่อลวงเด็กและหญิง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาขายบริการ ซึ่งมีรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม การค้าประเวณีมีลักษณะเป็นโครงข่ายอาชญากรรม มีนายหน้าเป็นบุคคลที่เด็กและผู้หญิงรู้จัก หรือผ่านการชักชวนจากเพื่อน และมักเกิดขึ้นกับเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัว ฐานะยากจน จนกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มาทำค้าประเวณีได้ด้วยความสมัครใจ

               “สถานการณ์การค้าประเวณีถือว่าไม่รุนแรง ยังพอจะแก้ไขได้ในระดับจังหวัด คงไม่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีมาตรการรองรับที่จะแก้ไขปัญหานี้อยู่แล้ว ทั้งภาครัฐ เอกชน เพื่อป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ร่วมกัน ตามหลักการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน”

               ส่วนวงจรการค้ามนุษย์ พ.ต.อ.นเรศร์ อินทรพรหม รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา อธิบายว่า เริ่มต้นจากการนำเด็กและหญิงเข้าสู่สถานบริการร้านคาราโอเกะ หากเป็นชาวต่างด้าวจะมีขบวนการลักลอบพาข้ามแดน และนำมาส่งให้สถานบริการ ส่วนใหญ่จะอยู่ในอำเภอติดชายแดนประเทศมาเลเซีย เมื่อมาถึงสถานบริการไม่ได้บังคับให้เด็กขายบริการ แต่พยายามชักจูงให้เด็กเห็นว่า "เป็นงานสบาย ได้เงินมาก" หากหญิงและเด็กขัดขืนจะข่มขู่ว่าจะแจ้งตำรวจว่าเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทำให้ต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม

               “ต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ตอนนี้กลายเป็นปัญหาที่นำไปสู่การค้ามนุษย์ ซึ่งจะมีการทำเป็นเครือข่าย เช่น ถ้าถูกตำรวจจับก็จะข่มขู่ไม่ให้พูดถึงขบวนการของพวกเขา”

               จากข้อมูลการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อค้าประเวณีในสงขลาปี 2556 พบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อ 8 ราย ถือว่าการค้าประเวณีในพื้นที่มีจำนวนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มีมากถึง 17 คน

               ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงกำหนด 5 ยุทธศาสตร์ มาใช้ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2554-2556  คือ

               ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกัน โดยจัดโครงการต่างๆ อาทิ จัดทำสปอตวิทยุ จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ อบรมให้ความรู้อาสาสมัครพัฒนาสังคม และให้เด็กเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการค้ามนุษย์

               ยุทธศาสตร์ด้านการดำเนินคดี มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปราบปราม โดยมี ผบช.ภ.9 เป็นประธาน เพื่อออกตรวจสถานบริการ ร้านอาหาร ร้านคาราโอเกะ ร้านเกม

               ยุทธศาสตร์ด้านคุ้มครองช่วยเหลือ จัดให้มีการเสริมสร้างศักยภาพ และสมรรถนะกับเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และด้านการคุ้มครองช่วยเหลือให้มีความรู้ความเข้าใจ

               ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากลไกเชิงนโยบายและการขับเคลื่อน มีการจัดทำสถานการณ์ปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อทบทวนและประเมินสถานการณ์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อนำมาพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

               ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและบริหารข้อมูล จัดทำระบบฐานข้อมูลการดำเนินงานด้านการค้ามนุษย์

               เมื่อกำหนดยุทธศาสตร์ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม และมีการปฏิบัติอย่างเข้มข้น เชื่อว่าปัญหาการค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา น่าจะลดลง หรือย่างน้อยขบวนการที่จ้องหาประโยชน์จากแรงงานเหล่านี้ คงจะเกรงกลัวและหายออกไปจากพื้นที่