คอลัมนิสต์

เมื่อไทม์-การ์เดียนกลายเป็นจำเลยของสังคม

เมื่อไทม์-การ์เดียนกลายเป็นจำเลยของสังคม

28 มิ.ย. 2556

เมื่อไทม์-การ์เดียนกลายเป็นจำเลยของสังคม : บทบรรณาธิการประจำวันที่28มิ.ย.2556


              ใช่แต่สื่อมวลชนไทยเท่านั้น ที่ถูกตำหนิติเตียนว่า ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องเสมอมา โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวในภาวะวิกฤติ อาทิ การนำเสนอข่าวปัญหาภาคใต้ที่เรื้อรังมานาน ซึ่งดีแต่ตอกย้ำภาพความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งๆ ไป โดยไม่มองลึกไปถึงต้นตอของปัญหาหรือมองภาพในองค์รวม หรือมุ่งแข่งขันกันเจาะประเด็นอ่อนไหว หรือสัมภาษณ์ความเห็นของข้าราชการหรือหน่วยงานภาครัฐ โดยมองข้ามความเห็นและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ฯลฯ จนเหมือนกับพายเรือในอ่าง วนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ เรื่องราวเดิมๆ และความคิดเดิมๆ แทนที่จะกระตุ้นให้สังคมช่วยกันหาทางออกที่สร้างสรรค์ กระทั่งสามารถตอบคำถามได้อย่างภูมิใจว่า สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความขัดแย้งหรือความรุนแรงลง

              สื่อยักษ์ใหญ่ของตะวันตกอย่างนิตยสารไทม์และหนังสือพิมพ์การ์เดียนของอังกฤษเองก็กำลังถูกชาวพม่า ตั้งแต่ประธานาธิบดี ผู้นำสงฆ์ สื่อ และผู้นำทางสังคม ตั้งคำถามเช่นกันว่า มีจรรยาบรรณและความรับผิดชอบมากน้อยในการนำเสนอปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมในพม่า ที่บานปลายกลายเป็นจลาจลเลือดในหลายพื้นที่จากรัฐยะไข่ไปจนถึงรัฐฉาน เห็นได้ชัดว่า ทั้งสองฉบับไม่มีความรู้ความเข้าใจทั้งในประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมของพม่า จึงใช้สายตาของชาวคริสต์ผิวขาวที่เป็นเจ้าอาณานิคมดั้งเดิม รวมทั้งอาศัยความเคยชินและสูตรเก่าการทำงานที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ด่วนสรุปแบบเหมารวมทันทีว่า ความขัดแย้งนี้เป็นศึกศาสนาระหว่างพุทธกับมุสลิม

              ข้อนี้ยิ่งเห็นชัดขึ้น เมื่อสื่อตะวันตกช่วยกันสร้างภาพของพระวีระสุ พระนักเทศน์แห่งเมืองมัณฑะเลย์ว่าเป็นตัวการเผยแพร่ลัทธิความเกลียดชังทางเชื้อชาติและศาสนาผ่านการปลุกระดมผ่านวิดีโอในยูทูบ ที่มีผู้เข้าชมมากกว่าหมื่นครั้งและผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊กที่มีสาวกหลายพันคน เรียกร้องให้ชาวพุทธไม่ร่วมทำสังฆกรรมกับชาวมุสลิมรวมทั้งยุยงให้ชาวพุทธกลุ่มหนึ่งรุมทำร้ายชาวมุสลิม การ์เดียนยังตอกย้ำด้วยการชูภาพพระวีระสุว่า เป็น "บิน ลาเดนแห่งพม่า" ขณะที่ไทม์ขึ้นปกหรา พร้อมพาดหัวว่า "โฉมหน้าอันน่าสะพรึงกลัวของชาวพุทธ" ซึ่งยิ่งขยายความเกลียดชังระหว่างคนต่างศาสนามากขึ้น เพราะเป็นการกล่าวหาแบบเหมารวมว่า "ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง" เหมือนกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วคราวฟันธงแบบเหมารวมว่า มุสลิมเป็นตัวการถล่มอาคารเวิลด์เทรดเมื่อวันที่ 11 กันยายน ทำให้ชาวอเมริกันและประชาคมโลกส่วนใหญ่มองภาพมุสลิมแบบเหมารวมว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และภาพนี้ยังติดอยู่จนทุกวันนี้

              ทะไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวพุทธทิเบตและทั่วโลกได้เตือนสติว่า สาเหตุทั้งหลายทั้งปวงมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่จิตวิญญาณ หรือศาสนาแต่อย่างใด เช่นเดียวกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ที่วิจารณ์ว่า การกระทำของสื่อยักษ์ใหญ่นี้อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามสร้างความไว้วางใจระหว่างศาสนาต่างๆ ในประเทศ รวมทั้งทำลายภาพลักษณ์ของพุทธศาสนา สื่อพม่าเองให้ข้อสังเกตว่า ทั้งสองฉบับมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ เพราะเป็นการฟังความข้างเดียวโดยไม่มีข้อมูลด้านอื่นมาหักล้าง ทำให้คนทั่วไปเข้าใจศาสนาพุทธผิดไปว่านิยมความรุนแรง