
นกหวีดพาซวย
อืมม์...ช่วงนี้คงไม่อะไรสนุกเท่ากับการเฝ้ามอง 2 ก๊วนการเมืองฟัดกัน เป็นฉากหนึ่งของเกมชิงเก้าอี้เลือกตั้งซ่อมผู้แทน จ.สกลนคร มีทั้งหาเสียงแบบธรรมดา ด่าไม่ซ้ำคำ และทำแบบเนียน เช่นทำนาบนหลังคน เอ๊ย! ขออภัย ดำนา หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน
ก๊วนภูมิใจไทยคึกหนัก มีจินตนาการบรรเจิดจ้า เสนาบดี ส.ส. และลูกพรรคลงพื้นที่ มีนายใหญ่คนคุมรัฐมนตรีกำกับบททุกฉาก ไม่ให้คลาดสายตา ยกเว้นเข้าส้วม
นายใหญ่ยุคใหม่ยืนเป่านกหวีดเรียกลูกพรรค รวมทั้งรัฐมนตรีในสังกัด ให้มารวมพล รายงานตัว ทำเอาเสนาบดีของแผ่นดินเหมือนลูกไล่ เด็กซื้อโอเลี้ยงในบ้าน
ถ้าไม่เกรงใจ คงสั่งให้ล้างส้วมไปแล้ว! เรื่องที่จะทำอะไรตรงหน้าแข้ง สร้างความมันด้วยลิ้นนั้น น่าจะเป็นกิจวัตร ทำเป็นรูปธรรม หรือในลักษณะคำพูด เพียงแต่ชาวบ้านไม่เห็น เรื่องแบบนี้ทำประเจิดประเจ้อเกินไป ใครเห็นก็ดูน่าเกลียด
การยืนเป่านกหวีดเรียก ส.ส. และเสนาบดีมาเข้าแถวนั้น นอกจากเข้าตำรา “ปากพาจน” แล้ว น่าจะเป็น “นกหวีดพาซวย” ด้วยมากกว่า เพราะก๊วนเพื่อไทย ซึ่งหมั่นไส้คนยิ่งใหญ่ทนไม่ได้ จ้องเอาเรื่องไปฟ้อง กกต. หาว่าเจ้านายรัฐมนตรีเล่นเกินบท
ถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสั่งห้ามมีบทบาทเป็นกรรมการบริหารของพรรคการเมืองนาน 5 ปี แต่มีหลายคนยังเล่นบทไอ้แอบ อีแอบ อย่างเปิดเผย แผ่บารมีไม่เกรงใจใคร
ก๊วนเพื่อไทย โดย “เสี่ยพร้อมพงศ์” ต้องรับบทพระเอกนอกจอ จะร้องให้ กกต.สอบ ทำให้ค่ายภูมิใจไทยมองอดีตพระเอกหนังเป็นผู้ร้าย หาเรื่องผู้มีบารมีนอกพรรค
สิงห์นกหวีด จะโดน กกต.เรียกไปถามว่าไปฝึกวิชาลูกเสือ หรือเล่นบทนายตัวจริงให้ชาวบ้านในสกลนครรู้ว่า “ไผเป็นไผ” และควรจะกาเบอร์เลือกผู้แทนพรรคใด
แม้มหกรรมดำนาจะห่างจากอำเภอเลือกตั้งกว่า 30 กม. ก็ถือว่าไม่ไกล เพียงชั่วหม้อข้าวเดือดเท่านั้น พฤติกรรมเช่นนี้เป็นการแอบแฝงหาเสียงแน่นอน ยิ่งการไปเล่นบทโฮมสเตย์ เข้าถึงในห้องนอนเจ้าของบ้าน ค้างคืนด้วยแล้ว ทำให้น่าสงสัย
พฤติกรรมอำพรางการหาเสียง แสดงน้ำใจด้วยปัจจัย มัดจำล่วงหน้าหรือไม่ !
ก๊วนเพื่อไทยจำเป็นต้องเล่นบทตรวจสอบเข้ม หากปล่อยให้ผู้มีบารมีอีสานใต้กระจายความเด่นถึงอีสานกลางและอีสานเหนือ มีหวังพลังดูดชิงตัว ส.ส.เพื่อไทยเกือบหมดก๊วนแน่ๆ เพียงแค่นี้มีแววว่าจะหายไปทีละ 5-7 คน ถ้าเลือกตั้งไว คงได้เห็นแน่
ก๊วนภูมิใจไทยนอกจากมีพลังดูดอย่างน่าสยดสยอง ยังแสดงให้เห็นว่ามีน้ำเลี้ยงแบบเทให้ไม่อั้น ถึงขั้นจะพาไปทัวร์เมืองนอกไม่ต้องใช้งบรัฐบาลให้ชาวบ้านด่า
มิน่าล่ะ! จึงใช้สีของพรรคเป็น “น้ำเงิน” ถ้าใครไปแล้วทำตัวไร้ศักดิ์ศรี มีหวังถูกพรรคพวกและฝ่ายอิจฉาด่าเช็ดว่าเป็น “ทาสน้ำเงิน” นับว่าเหลือเชื่อว่าจะมีพลังเช่นนี้
แบบนี้ “น้ำใจ” คงไร้ประโยชน์ในทางการเมือง หรือจะมีก็เพียงบางโอกาส แต่ “น้ำเงิน” ย่อมถือว่าเป็นเนื้อเป็นหนัง มีผลเห็นทันตา พลิกสภาพฐานะของคนได้ฉับพลัน
เมื่อ “น้ำเงิน” ทำให้บารมีนายใหญ่อีสานใต้ไร้เทียมทาน ค่ายสะตอจะทำอย่างไร เพราะกำลังโดนพลังน้ำเงินเขย่าไม่เว้นแต่ละวัน ทางออกคือแผนยืมดาบฆ่าคนด้วยการแอบส่งใจให้ก๊วนเพื่อไทยเล่นงานแทน โดยไม่ต้องเหยียบไหล่ใครให้โดนด่านิ! อิอิอิ!!!



