คอลัมนิสต์

พม่ารุกไทยแยกกันตี

พม่ารุกไทยแยกกันตี

09 มิ.ย. 2552

รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะสามารถลบล้างมลทินนโยบายเก่าๆ ต่อพม่าที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ส่วนตัวได้หรือไม่ อีกไม่นานคงได้รู้กัน

 รัฐบาลทหารพม่ารู้ไส้รู้พุงรัฐบาลไทยดี ไม่ว่าเป็นผู้นำรัฐบาล นักการเมืองและผู้นำทหาร ว่ากล้าๆ กลัวๆ เรื่องพูดคุยกับพม่า มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ไทยเสียกรุงศรีอยุธยา ตั้ง 270 กว่าปีที่ผ่านมา แต่ผู้นำทหารพม่ายังรู้สึกถึงปมเด่นนี้ และได้ใช้ความรู้สึกอวดดีนี้ในการข่มขู่ไทย

 ไม่น่าแปลกใจ ขนาดอดีตผู้นำกองทัพยังยอมรับว่าถ้ามีเรื่องขัดแย้งกับพม่าเราจะสู้พม่าไม่ได้ เป็นเสียอย่างนี้แหละ

 ตั้งแต่นี้ต่อไป รับรองได้ สัมพันธ์ทวิภาคีไทยและพม่าจะเลวลงและมีปัญหามากขึ้น เพราะทางพม่าเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อยากลองของ เพราะมีท่าทีแข็งกร้าวกว่าปกติและยังมีการออกมาพูดแทนอาเซียน เรียกร้องขออิสรภาพนางออง ซาน ซูจี และเริ่มกระบวนการปรองดองแห่งชาติ และจัดการเลือกตั้งปีหน้า เพื่อให้ทุกๆ ภาคส่วนมีส่วนร่วม

 ที่เป็นเช่นนี้ เพราะรัฐบาลทหารพม่ามีแผนยุทธศาสตร์ต่อสู้กับไทยในฐานะที่พวกผู้นำยังเห็นไทยเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง ประเด็นนี้ผู้นำทหารพม่าทุกคนเข้าใจดี และไม่มีใครทรยศ โดยเอาผลประโยชน์ประเทศไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ที่ผ่านมาผู้นำทหารได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ของประเทศเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับไทย เพื่อความยืดหยุ่นทางด้านความมั่นคงและนโยบายปราบปรามด้านอื่นๆ

 3-4 อาทิตย์ที่ผ่านมาไทยในฐานะประธานอาเซียนออกมาวิจารณ์พม่าอย่างไม่เคยมีมาก่อน พม่าแปลกใจกับท่าทีแบบนี้ ย้ำว่าเป็นการละเมิดหลัการไม่แทรกแซงการเมืองภายในของอาเซียน ตอนนี้รัฐบาลทหารกำลังใช้มาตรการตอบโต้ที่เคยใช้ได้อย่างดีคือ การโจมตีชนกลุ่มน้อยที่อาศัยตามตะเข็บชายแดนไทย เพื่อให้คนเหล่านี้ทะลักเข้ามาในฝั่งไทย

 ต่อไป รัฐบาลทหารพม่าอาจจะขู่ปิดชายแดน หยุดการค้าขายชายแดนเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อ รัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือขู่หยุดการส่งแก๊สธรรมชาติให้ไทย (ประเด็นนี้น่าสนใจ ไทยเสียเงินปีละเกือบหมื่นล้านบาท สั่งแก๊สธรรมชาติพม่าเข้ามาใช้ แต่เรากลับไม่มีอำนาจต่อรอง บ้าชะมัด)

 นโยบายแก้แค้นดังกล่าว ทางพม่านำมาใช้บ่อย ทุกครั้งนำมาใช้ จะได้ผล เนื่องจากฝ่ายไทยมักจะการตอบโต้แบบเดิมๆ คือหยุดท่าทีไทยและหันมาปรองดองกับพม่า ผู้ใหญ่บ้านเรามักคิดว่า อย่าให้พม่าโมโหเดี๋ยวเราจะเดือดร้อน

 รัฐบาลอภิสิทธิ์ จะถอยหลังเข้าคลองไม่ได้อีกต่อไป ต้องทบทวนนโยบายไทยต่อพม่าเพื่อให้ความเป็นบูรณาการมากขึ้น ต้องเตือนไว้ก่อนล่วงหน้า อย่ากลัวพม่า ถ้าฝ่ายเขาปิดชายแดนการค้า หรือสร้างสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับความอยู่กินดีของประชาชนตามชายแดน

 ไทยเป็นประธานอาเซียน ต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประชาคมอาเซียน จะทำได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกอาเซียนทำตามจุดประสงค์ในกฎบัตรอาเซียน

 ถ้าพม่ายังดื้อดึง ต้องหาทางลงโทษต่อไปให้เป็นตัวอย่าง