
รัฐกับการสุมฟืนเข้ากองไฟ
รัฐกับการสุมฟืนเข้ากองไฟ : บทบรรณาธิการประจำวันที่21มิ.ย.2556
จะว่าแปลกก็แปลก จะว่าไม่แปลกก็ไม่แปลก ในช่วงนี้ได้เกิดกระแสประท้วงรัฐบาลขึ้นในหลายประเทศในหลายทวีป รวมไปถึงประเทศไทย ซึ่งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อาจจะเพิ่งตื่นจากหลับใหลรับรู้ถึงการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์หน้ากากขาว เพียงแต่อาจจะเข้าใจผิดหรือพยายามบิดเบือนความจริงว่าเป็นการสมคบคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่เสียผลประโยชน์จึงวางแผนจะล้มรัฐบาล โดยไม่ยอมเข้าใจว่าปรากฏการณ์หน้ากากขาวนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่ไม่มีสี ไม่มีแกนนำ เพียงแต่มีความรู้สึกร่วมกัน นั่นก็คือไม่พอใจรัฐบาลอำนาจนิยมที่ไร้ความสามารถบริหารงานล้มเหลว ปล่อยให้การทุจริตคอร์รัปชั่นระบาดไปทั่ว ขณะที่ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส
อินโดนีเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประชาชนหลายพันคนได้พร้อมใจกันเดินขบวนประท้วงรัฐบาลที่เดินหน้าปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ขณะที่ ส.ส.ได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายปูทางไปสู่การลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน โดยไม่สนใจฟังเสียงทักท้วงของประชาชนที่กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า เช่นเดียวกับที่กัมพูชา ซึ่งนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรี มัวแต่ห่วงว่านักลงทุนต่างชาติจะหอบทุนหนีไปที่อื่น จึงไม่ยอมเข้าใจว่า เหตุใดคนงานสิ่งทอนับพันคนจึงผละงานประท้วงยืดเยื้อเพื่อเรียกร้องให้ปรับเพิ่มค่าแรงและปรับปรุงสภาพการทำงานที่เลวร้ายให้ดีขึ้น
ส่วนที่ทวีปยุโรปก็มีการประท้วงมาราธอนในหลายประเทศ อาทิ กรีซ ซึ่งการประท้วงมาตรการรัดเข็มขัดได้บานปลายกลายเป็นการประท้วงรัฐกรณีรัฐสั่งปิดสถานีโทรทัศน์และวิทยุของรัฐแห่งหนึ่ง ทำให้นักข่าวและเจ้าหน้าที่ต้องตกงานเพิ่มอีกร่วมสามพันคน ซึ่งเท่ากับคุกคามเสรีภาพสื่อและทำลายประชาธิปไตย แต่การประท้วงยืดเยื้อย่างเข้าสัปดาห์ที่สาม ที่รุนแรงที่สุดมีขึ้นที่ตุรกี โดยเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เพียงจุดเดียว นั่นก็คือ การรวมตัวคัดค้านโครงการเปลี่ยนสวนสาธารณะเป็นห้างสรรพสินค้า ก่อนจะบานปลายเป็นการประท้วงขับไล่รัฐบาล ซึ่งตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคน
บราซิลเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประชาชนนับแสนๆ คนได้แสดงพลังมวลชนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี คัดค้านรัฐบาลที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 และโอลิมปิก 2016 ก่อนจะลามไปเป็นการคัดค้านขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางและรถไฟใต้ดิน การปล่อยให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำลง ขณะที่การคอร์รัปชั่นแพร่ระบาดไปทั่ว
อันที่จริง สารพัดปัญหาที่รัฐบาลหลายประเทศเผชิญอยู่นี้ ล้วนแต่เป็นปัญหาเก่าที่หมักหมมมานาน โดยนักการเมืองไม่เคยคิดเข้าไปแก้ไขให้ตรงจุด อีกทั้งไม่เคยศึกษาบทเรียนจากอาหรับสปริงหรืออื่นๆ ว่า ทุกวันนี้ประชาชนมีความรู้ล้ำหน้านักการเมืองหลายขุม และยังสามารถใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ เป็นเครื่องมือในการนัดหมายรวมตัวกันประท้วงรัฐบาล โดยไม่จำเป็นต้องมีแกนนำเหมือนในอดีต รัฐบาลใดที่เข้าใจความเดือดร้อนแท้จริงของประชาชน ก็มีความอดทนอดกลั้นมากขึ้นที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหานั้น ผิดกับบางรัฐบาลที่คิดจะใช้กำลังเข้าสยบการประท้วงของประชาชน ก็คงจะเหมือนการสุมฟืนเข้ากองไฟ ดีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง



