คอลัมนิสต์

เกมของแกะดำVSเกมของรัฐบาล

เกมของแกะดำVSเกมของรัฐบาล

19 มิ.ย. 2556

เกมของแกะดำVSเกมของรัฐบาล : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา


           เมื่อใดที่ผู้คนกลัวที่จะโดดเดี่ยว ไม่กล้าที่จะแตกต่าง เลือกที่จะเงียบและยินยอมคล้อยตามไปกับเสียงส่วนใหญ่ การขับเคลื่อนอำนาจผ่านคำว่า "อุดมการณ์" ของผู้ปกครองก็มักจะสัมฤทธิผล

           แต่เมื่อวันใดที่เริ่มมีข้อกังขาว่าการใช้อำนาจนั้นชอบธรรมหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่จะมีผู้ที่กล้าจะเป็น "แกะดำ" และพร้อมที่จะถกเถียงกับเสียงส่วนใหญ่ รวมทั้งผู้ปกครอง หรือรัฐบาล

           ในวันนี้เราถึงได้เห็นแกะดำออกมาเคลื่อนไหวในนามกลุ่มต่างๆ ที่ล่าสุดนี่ก็เป็นกลุ่ม "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" ที่ชุมนุมกันอยู่ที่โรงแรมตรังโฮเตล ถ.วิสุทธิกษัติรย์ กทม. อ้างว่าสมาชิกกลุ่มนั้นมาจากทั่วสารทิศ และยังผนึกกับเครือข่ายต่างๆ แม้แต่กลุ่มเยาวชน

           กลุ่มนี้วางจุดมุ่งหมายเอาไว้ด้วยว่าจะขยายเครือข่าย จัดตั้งมวลชน จัดตั้งกองกำลังปกป้องมวลชนในแต่ละจังหวัด เพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ

           กลุ่มมวลชนกลุ่มนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะต่อต้านขับไล่รัฐบาล โดยนัดรวมพลครั้งใหญ่ปลายเดือนกรกฎาคมนี้

           น่าเชื่อว่า คนกลุ่มนี้จะไหลรวมกับกลุ่มหน้ากากขาว หรือหน้ากากวี ในก่อนหน้านี้

           แล้วก็คงจะแยกไม่ออกกับกลุ่มที่ชุมนุมอยู่ที่ท้องสนามหลวง นำโดย ไชยวัฒน์ สินธุ์สุวงศ์

           แต่ถึงแม้คนกลุ่มนี้จะมุ่งมั่นเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกับ "เสธ.อ้าย" ที่พยายามขับไล่รัฐบาลจนปะทะกับตำรวจมาแล้ว

           ขณะเดียวกัน ก็คงจะบอกไม่ได้ว่า กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของโรงแรม เตี้ย ดำ อย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้

           อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่าจะมีมือที่สองที่สาม ฉวยโอกาสก่อเหตุรุนแรงในขณะที่มีการชุมนุมอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม ว่าเอาไว้

           แต่ก็นั่นแหละ ตามหลักของความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว เรื่องอย่างนี้ไม่ควรจะเอามาพูดในที่สาธารณะ เพราะจะกลายเป็นการชี้นำ หรือไม่ก็สร้างความกลัวจนไม่กล้าที่จะแสดงออกถึงสิทธิของตน

           กลุ่มมวลชนในวันนี้ก็คงจะเป็นอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม ประเมินว่า แม้จะเคลื่อนไหวอย่างไร ก็ไม่มีช่องทางไหนที่จะโค่นรัฐบาลลงได้ โดยเฉพาะช่องทางที่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย

           ทว่า ถ้อยแถลงของ ร.ต.อ.เฉลิม กับการเตรียมพร้อมและกำหนดแผนนั้นกลับมีเรื่องบางเรื่องที่เหลื่อมซ้อนกันอยู่

           จริงอยู่ในวันนี้รัฐบาลคงจะไม่ยี่หระกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ต่อต้าน และหวังจะโค่นล้มรัฐบาล แต่การเพิ่มขึ้นในทุกครั้งที่กลุ่มหน้ากากขาวนัดชุมนุม ก็ทำให้อดหวั่นใจไม่ได้เช่นกัน

           แต่เมื่อย้อนกลับมาดูแนวทางปกติที่จะทำให้รัฐบาลมีอันเป็นไปนั้น แทบไม่มีช่องทางใดเหมือนอย่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม มองเห็น

           จะเหลือก็เพียงแต่ "อุบัติเหตุ" ที่เกิดจากอำนาจนอกรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะตัดรัฐบาลนี้ออกจากการควบคุมอำนาจได้

           นั่นก็ต้องขึ้นกับขุนทัพจะขยับอย่างไร จะแสดงท่าทีอย่างไรในจังหวะที่เกมการเมืองเดินเข้าสู่พื้นที่ต้องห้าม อุณหภูมิความขัดแย้งร้อนระอุ

           เท่าที่ผ่านมารัฐบาลแสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อเห็นว่าความร้อนแรงทางการเมืองที่ขับเคลื่อนกำลังจะทำให้ปรอทแตก ก็ชิงถอยออกมาตั้งหลักเสียก่อน

           กฎหมายนิรโทษกรรม กฎหมายปรองดอง รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงได้ค้างเติ่งอยู่ในสภาจนถึงทุกวันนี้

           แต่การทิ้ง "ของร้อน" เอาไว้ในสภาทำได้เพียงแค่ชะลอการเผชิญหน้า เพราะมันก็มีกำหนดนัดที่แน่นอน เพราะเมื่อใดที่เปิดสมัยประชุม ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องบรรจุเข้าไว้ในวาระพิจารณา

           สิงหาคมจึงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีกครั้ง !

           นอกเหนือจากกฎหมายติดระเบิดเวลาที่ว่าแล้ว สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งให้ผ่านก็คือ กฎหมายงบประมาณ และกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่จะต้องควบคุม "จังหวะ" ในการเข้าหรือออกให้เหมาะ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนขึ้นจนเกินพิกัด

           ถึงแม้ว่าจะเดินหมากเจรจากับขุนทัพไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม

           ทั้งขอคำมั่นว่าจะไม่ปฏิวัติและให้สัญญาว่าเรื่องราวภายในกองทัพ จะเป็น "กิจการภายใน" ที่การเมืองจะไม่เข้าไปข้องแวะจริงๆ

           ที่ฮือฮาก็คือรัฐบาลหน้าจะกั๊กเก้าอี้ "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม" ไว้รองรับ

           จนเป็นที่มาของคำพูดที่ร่ำลือกันมาว่า "..จะปฏิวัติทำไม ในเมื่อรัฐบาลหน้า..ก็ได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม"

           แต่ถึงจะวางใจกับท่าทีของกองทัพและไม่ค่อยให้ราคากับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน แต่ก็ใช่ว่าจะมองไม่เห็นหัวกันเสียทีเดียว

           ทุกเรื่องที่อยู่ในแผนที่จะต้องทำหากติดขัดจนไปไม่ได้ ก็ไม่ลังเลที่จะล้มกระดานไปเลือกตั้งใหม่

           เอาสิ่งที่อยากจะทำไปถามประชาชนอีกครั้ง

           ถึงแม้ว่าในช่วงนี้จะมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจรุมเร้า นโยบายหลายอย่างกลายเป็นปัญหา แต่ก็ยังมีความเชื่อมั่นว่า สุดท้ายแล้วเมื่อถึงวันตัดสินใจกาบัตรเลือกตั้ง รัฐบาลเดิมก็จะยังได้รับเลือกกลับเข้ามาอยู่ดี

           "แกะดำ" ที่ผุดขึ้นมาในวันนี้และน่าเชื่อว่าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในวันหน้า แต่เอาเข้าจริง แกะดำเหล่านั้นจะมากพอ จะแรงพอที่จะโค่นล้มรัฐบาลตามบทบัญญัติของกฎหมายได้อย่างไร

           นี่คือบทสรุปของรัฐบาลในวันนี้ แต่ในส่วนของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลน่าจะเป็นสมการหลายชั้นที่จะต้องเร่งหาวิธีแก้ !

..........

(หมายเหตุ : เกมของแกะดำVSเกมของรัฐบาล : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)