
'ปรับครม.'ก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
'ปรับครม.'ก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถ้านับไพ่ในมือของรัฐบาลในเวลานี้ ก็ต้องเรียกว่า มาถึงจุดที่ร่วงต่ำแบบสุดๆ แล้ว เพราะได้งัดทุกนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้ออกมาใช้จนแทบเกลี้ยงหน้าตัก
ไม่ว่าจะเป็นค่าแรง 300 บาท รถคันแรก และล่าสุด รับจำนำข้าวทุกเมล็ด ตันละ 15,000 บาท
ทุกนโยบายเรียกเสียงโอดโอยดังระงมไปทั่ว
มีเพียงโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดที่ชาวนาไม่โอด แต่คนที่ไปดูตัวเลขกำไร-ขาดทุนแล้ว เขาเห็นหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา
รัฐบาลเองก็เห็นไม่ต่างจากฝ่ายค้าน นักวิชาการ เท่าใดนัก เห็นได้จากท่าทีของ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง ที่เล็งจะปรับลดเพดานรับจำนำข้าวไว้ที่ 12,000 บาทต่อตัน อ้างว่าเป็นไปตามกลไกราคาตลาดโลก
ท่ามกลางเสียงเป่าปากพรวดของบรรดานักวิชาการและฝ่ายที่พยายามทักท้วงทั้งหลาย เพราะเห็นแต่แรกแล้วว่า หากไปตั้งราคาสูงโด่งกว่าตลาดโลกแล้วหายนะได้มาเยือนประเทศไทยแน่ๆ ท่าทีของกิตติรัตน์ จึงเป็นไปในแนวบวกต่อประเทศ
ปัญหาก็คือ ถึงจะลดเพดานลงมานั้น มันเป็นการรับจำนำในฤดูกาลใหม่ แล้วข้าวที่เหลืออีกกว่า 15 ล้านตัน ในโครงการเก่า ข้าวฤดูกาลเก่าเหล่านั้นจะทำอย่างไร ยอมขายขาดทุน หรือจะปล่อยให้มันเน่า หรือจะเอามาสีเป็นข้าวสารขายในประเทศในราคาที่ทำให้รัฐขาดทุนไม่สูงนัก
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า ผู้บริโภคในประเทศนอกจากจะต้องแบกภาระจ่ายเงินภาษีไปชดเชยโครงการของรัฐที่เจ๊งยับแล้วยังต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อข้าวแพงช่วยรัฐขาดทุนน้อยลงอีกด้วย
รัฐบาลจะกล้าทำอย่างนั้นหรือ ?
ถ้าไม่ทำ แล้วรัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร ?
เลิกก็ไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายรัฐ ครั้นจะลดก็ทำได้เฉพาะฤดูกาลใหม่ที่ยังต้องไปลุ้นอีกว่าจะขาดทุนอีกหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ของเก่าที่คาอยู่ในโกดังนับวันมีแต่จะเสื่อมค่าและกลายเป็นปัญหาว่าจะทำอย่างไรกันดี
หลายคนมองว่า นั่นคือที่มาของกระแสการปรับปรุงคณะรัฐมนตรี
ซึ่งก็คงจะกลัวว่ากระแสนี้จะเป็นข่าวลือ ก็เลยส่งที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกมาแถลงยืนยันถึงกำหนดนัดการปรับ ครม.กันเลยทีเดียว
ดีเดย์ก็คือ หลังเปิดสมัยประชุมสภา !
ถอดรหัสออกมาตอนนี้ก็คือ ปล่อยให้กระแสไหลไปว่า จะมีการปรับคนนั้นคนนี้ ปรับคนที่มีปัญหาเพื่อเรียกศรัทธารัฐบาลกลับคืน
ซึ่งก็แน่นอนว่า 2 รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ย่อมอยู่ในลำดับต้นๆ โทษฐานที่รัฐบาลให้ไปทำงานเพื่อลดปัญหาแบ่งเบาภาระ แต่เมื่อถึงเวลาชี้แจงกลับเรียกแขกมาเฉ่งยันทำเนียบ
ถึงจะ "สายแข็ง" แต่สุดท้ายการสูญเสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตก็ย่อมจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
เพราะหาไม่แล้ว การเปลี่ยนแปลงเพียงแค่เล็กๆ น้อยๆ แบบลูบหน้าปะจมูก สุดท้ายก็รังแต่จะสร้างปัญหาให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ไม่รู้ว่า ปลายทางจะไปถึงขั้นต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งกันเลยหรือไม่
ซึ่งหากจำต้องตัดสินใจเช่นนั้น สภาพป้อแป้ของรัฐบาลก็อาจจะเกิดความเพลี่ยงพล้ำได้ทุกเมื่อ
ผลการเลือกตั้งเขตดอนเมือง ที่ผู้สมัครจากพรรคคู่แข่งเอาชนะผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย นั่นก็คือสัญญาณที่ชัดเจนแล้วสำหรับ "ความเป็นจริง" ในวันนี้ของรัฐบาล
ความเป็นจริงที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของการรวมกลุ่มกันต่อต้านรัฐบาลที่เกิดขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศและค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยที่หาหัว หาแกนนำในการชุมนุมไม่ได้
รับรู้ได้เพียงว่า ผู้คนเหล่านั้นไม่พอใจรัฐบาล ไม่พอใจสิ่งที่รัฐบาลได้ทำลงไป โดยเฉพาะนโยบายหลักที่กำลังสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ
ความไม่พอใจนั้น กำลังอยู่ในช่วงบ่มเพาะ และพร้อมจะคุโชนขึ้นมา หากว่ามีประเด็นที่สามารถก่อกระแสจนทำให้เกิดอารมณ์ร่วมขึ้นมาได้
แม้กระทั่งคดีอุ้มฆ่า เอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจชื่อดัง ปฏิปักษ์คนสำคัญของรัฐบาล ก็อาจจะกลายเป็นสะเก็ดไฟที่ร่วมใส่ถังน้ำมันก็เป็นได้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจละเลยอารมณ์ของคนเหล่านั้น แล้วเลือกที่จะสร้างความเคลือบแคลงในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งหมดนั้นอาจสรุปได้ว่า รัฐบาลกำลังเผชิญกับภาวะกดดันที่แท้จริง ขณะที่ผู้ที่เห็นต่างรวมถึงคัดค้านต่อต้านรัฐบาลก็กำลังเข้าสู่ภาวะที่พร้อมจะแตกหัก
ดังนั้น การปรับ ครม.ที่กำลังจะมีขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้อนาคตของรัฐบาลจะสามารถเดินต่อไปจนถึงสิ้นปีได้หรือไม่
ถามว่า เหตุใดที่ต้องรอให้ถึงสิ้นปี เพราะในวันนี้ ถ้ารัฐบาลจะปรับ ครม.เพื่อเปิดทางให้ "มืออาชีพ" ได้เข้ามาทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว
คำตอบก็คือ มืออาชีพที่เข้ามานั้น จะทำให้แบบเดินตามผู้นำคนปัจจุบันได้อย่างนั้นหรือ
แต่หากรอจนถึงสิ้นปี คนบ้านเลขที่ 109 ก็จะมีหลุดพ้นจากการจองจำทางการเมือง
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ที่เคยมีอายุในการทำงานอันแสนสั้นก็จะได้กลับเข้ามาโลดแล่นอีกครั้ง
จะกอบกู้ภาวะตกต่ำของรัฐบาล หรือจะจัดการตัดตอนปิดฉากโครงการจำนำข้าว แล้วไปเลือกตั้งกันใหม่ภายใต้นโยบายใหม่
ถึงวันนั้นมันก็พอจะกล้อมแกล้มตอบชาวบ้านได้ว่า เราจะบริหารประเทศภายใต้นโยบายใหม่ !
..............................
(หมายเหตุ : ปรับครม.ก็ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



