คอลัมนิสต์

สำนวนคดีต้องไม่มี'การเมือง'

สำนวนคดีต้องไม่มี'การเมือง'

18 มิ.ย. 2556

สำนวนคดีต้องไม่มี'การเมือง' : บทบรรณาธิการประจำวันที่18มิ.ย.2556


              เบื้องต้นนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่พนักงานสอบสวนจะยังคงไม่บุ่มบ่ามตัดฉับสรุปสำนวนคดีอุ้มฆ่า นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงิน และเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ว่าเป็นเพียงแค่คดีอุ้มฆ่าชิงทรัพย์ธรรมดา เหมือนอย่างที่ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะนี้ตั้งแต่แรก นั่นก็คือ การแสดงท่าทีว่าจะเชื่อผู้ต้องหาที่ให้การระบุว่า นายเอกยุทธ อาจจะอุ้มตัวเองและแอบหนีเข้าประเทศพม่า หรือเมื่อผู้ต้องหารับสารภาพแล้วก็ทำท่าว่าจะสรุปสำนวนการสอบสวนอย่างฉับไวว่า เป็นเพียงแค่การอุ้มฆ่าชิงทรัพย์ โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของทั้งทนายความและผู้คนในสังคม อ้างเพียงว่า หลักฐานมีอยู่เพียงเท่านั้น

              คดีนี้พนักงานสอบสวนควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและรอบคอบที่สุด เพื่อให้ได้ข้อมูลหลักฐานที่ครบถ้วนและมากพอที่จะตอบคำถามสังคม เนื่องจากผู้ตายนั้นตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้เป็นน้องสาวคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดีและไม่เกี่ยวข้อง ย่อมตกเป็นเป้าสายตา ไม่ว่าจะขยับตัวไปในด้านใด ดังนั้นการใช้ความละเอียดรอบคอบให้มากที่สุด เป็นไปตามหลักวิชาการมากที่สุดย่อมเป็นเกราะกำบังให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเอง

              นั่นย่อมหมายความว่า หลักฐานหรือข้อสงสัยใดๆ ที่ยังเหลืออยู่ให้เป็นที่เคลือบแคลง พนักงานสอบสวนจะต้องเร่งคลี่คลาย และไม่อาจตัดทอนละเลยหลักฐานชิ้นใดได้ ถ้อยแถลงของนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี จะให้เป็นไปในทำนองว่า หลักฐานบางชิ้นยังอยู่ระหว่างการค้นหาเช่น สร้อยคอทองคำพร้อมพระสมเด็จฯ เลี่ยมทอง ฮาร์ดดิสก์จากกล้องวงจรปิด แม้จะเป็นการไม่ยืนยันการกระทำผิดและตำรวจยังให้ความสำคัญ แต่น้ำหนักในการดำเนินคดีมีพร้อมอยู่แล้วนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะชี้นำ สร้างความเคลือบแคลงให้แก่สังคมอีก

              หลักฐานที่ยังต้องค้นหานั้นคือคำถามของผู้คนที่ติดตามคดีพากันสงสัยว่า หากประสงค์ต่อทรัพย์ สร้อยคอทองคำและพระสมเด็จฯ นั้น มูลค่าก็น่าจะเกิน 5 ล้านบาท หรือมากกว่าที่รีดเอาจากนายเอกยุทธ แล้วเหตุใดผู้กระทำผิดถึงได้นำไปทิ้ง เป็นไปได้ไหมที่จะมีใครที่รู้ถึงมูลค่ามาเอาไปเสียเอง การค้นหาของตำรวจจึงยังไม่พบ เช่นเดียวกับฮาร์ดดิสก์และกล้องวงจรปิด มีข้อสงสัยว่า ที่ต้องเอาไปทำลายก็เพราะเนื้อหาในฮาร์ดดิสก์นั้น ไปเกี่ยวเนื่องกับใครคนใดหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือคำถามที่ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการคลี่คลายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

              ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อถูกตั้งคำถามจากรอบทิศสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักการเมืองที่ไม่น่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ กลับพากันกวักมือเรียกผู้ที่ออกมาตั้งข้อสงสัยให้เดินทางไปให้ข้อมูลหรือเบาะแสแก่พนักงานสอบสวน ทั้งที่รู้ว่า คนเหล่านั้นเขาเพียงแค่สงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับชี้แนวทางที่ควรจะเป็นให้เท่านั้น กลายเป็นว่า คำถามเหล่านั้นกลายเป็นหอกย้อนกลับมาทิ่มแทงพวกเขา เพราะในที่สุดแล้วไม่ว่าจะมีอำนาจหรือไม่ ข้อมูลที่ได้ก็คงจะมีเพียงเท่าที่ได้ตั้งข้อสังเกตไปเท่านั้น