
ปัญหา'ครอบครัว'ทหารใต้สุขภาพจิตอันดับ1
ศพบ.จชต.เผยปัญหา'ครอบครัว' ปมอันดับ1'สุขภาพจิต'ทหารใต้ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของชายชาติทหารจะดูบึกบึน แข็งแกร่ง ไม่หวั่นไหวต่อความเหนื่อยยาก ความเสี่ยงภัย และแรงกดดันทุกรูปแบบ แต่แท้จริงแล้ว ทหารทุกนาย โดยเฉพาะทหารในพื้นที่เสี่ยงภัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่ต่างจากมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่เมื่อได้รับแรงกดดันสะสมจากสถานการณ์รุนแรงมากๆ เข้าย่อมมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อ "สุขภาพจิต" เป็นธรรมดา
พ.อ.โชคชัย ขวัญพิชิต หัวหน้าศูนย์แพทย์ทหารบกจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงแนวทางการดูแลสุขภาพจิตกำลังพลในพื้นที่ว่า กำลังพลที่ลงมาปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประมาณ 30,000 กว่าคน โดยกระจายมาจากกองทัพภาคต่างๆ ซึ่งการปฏิบัติงานจะมีความเสี่ยงมากในพื้นที่ ทั้งเรื่องการบาดเจ็บ และปัญหาสำคัญที่แฝงอยู่ข้างในคือสุขภาพจิต
ทั้งนี้ เมื่อกำลังพลได้บาดเจ็บทางแพทย์ก็จะเข้าไปดูแลในพื้นที่ และเมื่อคนไข้มีความเข้มแข็งหรือปลอดภัยมากขึ้นก็จะนำมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งระบบตรงนี้จะทำให้ขวัญกำลังใจของกำลังพลพร้อมที่จะปฏิบัติงานในพื้นที่ เพราะกำลังพลทุกคนไม่มีใครอยากจะบาดเจ็บ แต่เมื่อได้รับบาดเจ็บแล้วก็จะมีระบบการดูแล ทำให้กำลังพลมีความมั่นใจในการทำหน้าที่
"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้กรมแพทย์ทหารบกจัดอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อให้แต่ละหน่วยเฉพาะกิจมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องสุขภาพจิต โดยมีความรู้และสามารถในการประเมินขั้นต้น โดยจะใช้แบบทดสอบของกรมสุขภาพจิต ถือเป็นแบบทดสอบที่มาตรฐาน หากมีภาวะที่สงสัยว่ากำลังพลจะมีปัญหาก็จะได้ทำการแก้ไข”
พ.อ.โชคชัย ให้ข้อมูลอีกว่า เราจะมีคณะแพทย์อยู่ตามหน่วยเฉพาะกิจคอยดูแล หากกำลังพลมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตก็จะให้กรมแพทย์ทหารบกพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
"ปัญหาสุขภาพจิตส่วนใหญ่เป็นเรื่องความเครียดจากการรบ หรือเกิดจากความเสี่ยงในพื้นที่ แต่ก็ไม่ใช่สาเหตุสำคัญ เพราะกำลังพลส่วนใหญ่มีความตั้งใจในการทำหน้าที่ แต่ความเครียดเกิดจากความเกี่ยวพันกับครอบครัว เพราะแต่ละคนมีครอบครัวอยู่ห่างไกล มักจะเป็นสาเหตุสำคัญ" พ.อ.โชคชัย เผยถึงสาเหตุสำคัญที่รบกวนจิตใจกำลังพลในพื้นที่
พ.อ.โชคชัย เผยอีกว่า ข้อทดสอบกำลังพลที่ใช้ของกรมสุขภาพจิตถือเป็นข้อทดสอบที่ได้มาตรฐาน โดยมีทั้งหมด 12 ข้อ แต่เราหยิบยกมาเพียง 10 ข้อเท่านั้น โดยแบบทดสอบจะถามเรื่องการรับประทานอาหาร หรือสิ่งต่างๆ ที่แสดงออกเกี่ยวกับความรู้สึก โดยสิ่งเหล่านี้นักจิตแพทย์จะรู้ดี และประเมินว่าเข้าข่ายมากน้อยแค่ไหน
"ปัญหาตัวใหญ่คือ ปัญหาครอบครัว ที่ทำให้กำลังพลมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตมาก ส่วนเรื่องอื่นจะมีน้อย เช่น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานกัน โดยเฉพาะในช่วงการปรับเปลี่ยนกำลังใหม่ แต่ในช่วงหลังๆ จะมีเรื่องความเมื่อยล้าในการปฏิบัติงานร่วมด้วย" หัวหน้าศูนย์แพทย์ทหารบกจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าว
หัวหน้าศูนย์แพทย์ทหารบกจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวถึงความถี่ในการประเมินสุขภาพจิตของกำลังพลในพื้นที่ว่า เราจะทำการสำรวจ 1-2 ครั้งต่อ 2 เดือน ซึ่งกรมแพทย์ทหารบกจะมีระบบติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทำให้สุขภาพจิตของกำลังพลในพื้นที่มีความเข้มแข็งมาก
ทั้งนี้ จากการทดสอบดูแลกำลังพล เมื่อมีคน "สนใจ" ความเครียดก็จะลดน้อยลง โดยวิธีการแก้ปัญหาที่ดีสุดคือ มีเพื่อนพูดคุยลดความเครียดให้ได้ระบายออกมา เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายและหากมีผู้บังคับหน่วยที่พร้อมรับฟังปัญหาได้ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีมาก
พ.อ.โชคชัย กล่าวย้ำว่า เมื่อเจอปัญหาดังกล่าว "ผู้บังคับหน่วย" จะกลายเป็น "จิตแพทย์คนแรก" เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาแก่กำลังพล เมื่อผู้บังคับหน่วยรู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชามีปัญหาเกิดก็จะได้เข้าไปตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาในขั้นต้นทันที
“หน้าที่ขั้นต้นของจิตแพทย์จำเป็น คือ จะต้องเข้าไปพูดคุยเพื่อผ่อนคลายให้กำลังพล แต่หากมีอาการเครียดหนักก็จะนำตัวมารักษาในส่วนกลาง จากการทดสอบเบื้องต้นของกำลังพลที่มาปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับกำลังพลที่ไปปฏิบัติการรบในสนามอื่น"
นอกจากนี้ "การเล่นกิจกรรมในค่ายทหาร" ก็ถือว่าเป็นการผ่อนคลายที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ในบางพื้นที่ก็ทำไม่ได้เลย เพราะอยู่ในพื้นที่การรบ โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่ปกติ และทหารก็ถือเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งที่ผ่านมาทหารจะถูกซุ่มโจมตีตลอด หากมีการเล่นกีฬา โดยมักจะมีการยิงอาวุธเข้าไปทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บ และในบางพื้นที่เป็นเส้นทางหลักที่มีรถสัญจรผ่านไปมาตลอด ซึ่งผู้บังคับบัญชาก็จะไม่อนุญาตให้เล่น แต่หากเป็นพื้นที่อื่นๆ ก็จะให้ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้มาก ส่วนพื้นที่ที่จะต้องทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง และต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอก็จะจัดให้มี "วงรอบในการพัก" โดยกำลังพลจะมีวงรอบในการพักอยู่แล้ว เช่น ทำงาน 20 วัน พัก 10 วัน หรือบางพื้นที่ทำงาน 45 วัน พัก 15 วัน เป็นต้น
พ.อ.โชคชัย กล่าวถึงแนวทางการฝึกอบรมทีมแพทย์ที่จะถูกส่งลงไปดูแลสุขภาพจิตของกำลังพลทั่วประเทศว่า กรมแพทย์ทหารบกได้จัดเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศมาร่วมฝึกอบรมที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ก่อนที่จะแยกส่วนในการปฏิบัติงานออกไปทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจของกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่
...................................
(หมายเหตุ : ศพบ.จชต.เผยปัญหา'ครอบครัว' ปมอันดับ1'สุขภาพจิต'ทหารใต้ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



