
ถึงจุดเปลี่ยนยุทธวิธีหรือยัง
ถึงจุดเปลี่ยนยุทธวิธีหรือยัง : บทบรรณาธิการประจำวันที่13มิ.ย.2556
การเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนใต้ของไทย ได้หารือกันหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา โดยฝ่ายกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ หรือตัวแทนจากขบวนการบีอาร์เอ็น ได้เสนอเงื่อนไข 5 ข้อ ได้แก่ 1.จะต้องยอมรับบทบาทของรัฐบาลมาเลเซียในฐานะ “ตัวกลาง” การสนทนา 2.การสนทนาจะจำกัดวงเฉพาะตัวแทนชาวมลายู ซึ่งนำโดยกลุ่มบีอาร์เอ็น ร่วมกับคณะตัวแทนรัฐบาลไทย 3.จะต้องอนุญาตให้กลุ่มผู้สังเกตการณ์จากกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน องค์การความร่วมมือแห่งศาสนาอิสลาม หรือโอไอซี และองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ หรือกลุ่มเอ็นจีโอ เข้าร่วมในการสนทนาด้วย 4.จะต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาอย่างไม่มีเงื่อนไข และจะต้องระงับการออกหมายจับผู้ต้องสงสัย และ 5.จะต้องยอมรับสถานะของกลุ่มบีอาร์เอ็น ในฐานะองค์กรเพื่อการปลดปล่อยปัตตานี มิใช่กลุ่มแบ่งแยกดินแดน
ขณะที่รัฐบาลไทยตอกย้ำเสมอว่า ข้อเรียกร้องใดๆ ก็ตามต้องอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญของไทย และการแบ่งแยกดินแดนเป็นเรื่องที่กระทำไม่ได้โดยเด็ดขาดตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการใช้รูปแบบปกครองพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ยังเป็นเรื่องอนาคตที่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายเรื่อง โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จะต้องเป็นผู้ให้คำตอบในเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ดี เรื่องเขตปกครองพิเศษได้กลายเป็นกระแสอบอวลในชายแดนใต้ หลายกลุ่มทั้งในนามภาคประชาชนและองค์กรต่างออกมาเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง มีทั้งที่สนับสนุนและไม่เห็นด้วย ซึ่งคงไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้นี้ที่จะได้ข้อสรุป แต่สถานการณ์ในพื้นที่ก็ยังมีเหตุต่อเนื่องไม่หยุด ทั้งที่เป็นข้อเสนอหลักของฝ่ายรัฐบาลไทยให้ลดความรุนแรงลง
สิ่งหนึ่งที่สะท้อนเสียงของประชาชนได้ดีคือ การทำสำรวจความคิดเห็นหรือโพลล์ โดย ศอ.บต.หรือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดทำโพลล์สุ่มตัวอย่างถึงระดับหมู่บ้านใน 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา และพบว่าความต้องการอันดับแรกเลยคือ ให้หยุดยิงหยุดก่อเหตุร้าย ถัดมาเป็นเรื่องการให้ความเป็นธรรม การเยียวยากลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ ส่วนเรื่องรูปแบบการปกครองในพื้นที่กลับไปอยู่หัวข้ออันดับที่สิบกว่าๆ เห็นได้ชัดว่า คนในพื้นที่เองก็ยังไม่ตัดสินใจในเรื่องนี้ ซึ่งสอดรับกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่บอกว่า ประชาชนในพื้นที่จำนวนไม่น้อยไม่เห็นด้วยกับ 5 ข้อเสนอของบีอาร์เอ็น
การเปิดโต๊ะเจรจาแบบเปิดหน้า ถูกวิจารณ์มาแล้วก่อนหน้านี้ว่าจะเป็นการยกระดับยอมรับกลุ่มเจรจาให้มีตัวตน ซึ่งตอนนี้กลุ่มบีอาร์เอ็นก็มีที่ยืนปรากฏตัวบนโลกไซเบอร์ชัดเจน ขณะที่การหารือผ่านมาหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้แม้เพียงข้อเดียว การลดความรุนแรงที่ถูกเรียกร้องก็ไม่ได้รับการตอบสนอง จนมีเสียงวิพากษ์หนาหูว่า ที่เจรจากันอยู่นั้นใช่ตัวจริงหรือเปล่า มีอำนาจสั่งการอย่างที่กล่าวอ้างหรือไม่ การเจรจาเที่ยวนี้จึงมีคำถามว่า หากบริบทยังคงวนเวียนในอ่างไม่ได้อะไรมากสักเท่าไหร่ คงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ที่รัฐบาลและกองทัพรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตกผลึกให้ได้ว่าจะไปในทิศทางใดต่อไป และถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีแล้วหรือยัง



