
มิตรภาพสีจิ้นผิงกับโอบามา
มิตรภาพสีจิ้นผิงกับโอบามา : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ในปลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง เดินทางมาปาลม์สปริง มาเป็นแขกของ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา มีนัดหมายพบกันแบบเป็นกันเอง ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกระหว่างผู้นำสองประเทศ ตามปกติการพบปะในระดับนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามสคริปต์ ไม่มีการพูดนอกเรื่องเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้นำจีนครั้งนี้ปรากฏว่า สี สามารถโชว์ฟอรม์สด ส่งนัยสำคัญว่า ตนสามารถอยู่ตามลำพังกับผู้นำสหรัฐสองต่อสองได้โดยไม่ต้องพึงผู้ช่วยนอกจากล่าม ที่น่าสนใจคือ ผู้นำทั้งสองสัญญาว่า การพบกันครั้งต่อไปในจีนจะเป็นแบบเดียวกันคือไม่มีพิธีรีตรองอะไร
สาเหตุสัมพันธ์จีนกับสหรัฐอเมริกาต้องออกมาในลักษณะนี้ เป็นเพราะว่าความเกี่ยวโยงของทั้งสองประเทศมีมากมายทุกมิติ เรียกได้ว่ามีสายโลหิตร่วมเดียวกันก็ว่าได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นเสียหายต่อสัมพันธ์ทวิภาคีนี้ ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนร้ายแรงทันทีต่อการเมืองและเศรษฐกิจโลกไม่เกี่ยงประเทศ
ภาพลักษณ์แบบเป็นกันเองของผู้นำจีนและสหรัฐอเมริกาสำคัญ เพราะเท่ากับส่งสัญญาณให้ทั้งโลกเห็นว่า มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่งกับอันดับสองมีความร่วมมือกันดี เพิ่มความมั่นใจให้แก่นักลงทุนทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีผลต่อมหาอำนาจอื่นๆ ว่า มิตรภาพจีนและสหรัฐอเมริกายังคงเป็นเสาหลักของเสถียรภาพในโลก
ตามจริงทั้งสองมหาอำนาจมีความเข้าใจดี รู้ว่าต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน แต่เนื่องจากสภาพการเมืองภายในประเทศทั้งสองยังมีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้สายสัมพันธ์นี้ตึงเครียด ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มอนุรักษนิยมเห็นว่า รัฐบาลโอบามานั้นมีท่าทีอ่อนแอต่อจีนเกินไป ไม่สนใจเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการที่สินค้าจีนท่วมตลาดสหรัฐอเมริกาทำให้คนอเมริกันต้องว่างงาน ส่วนในจีนก็มีกระแสชาตินิยมที่ออกมาต่อต้านสหรัฐอเมริกาในประเด็นเรื่องข้อพิพาททะเลจีน ติสหรัฐอเมริกาว่าเข้ามาแทรกแซง
ในระดับสูงสุดทั้งสองประเทศต้องร่วมมือกันทางด้านความมั่นคง โดยเฉพาะทางด้านการจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลีและอิหร่าน ขณะนี้รัฐบาลจีนได้กดดันเกาหลีเหนือให้พูดคุยกับเกาหลีใต้และเข้าสู่การเจรจาหกฝ่าย เพื่อลดความตึงเครียด สหรัฐอเมริกาชื่นชมท่าทีจีนที่มีนโยบายเช่นนั้น รู้ดีว่าที่เกาหลีเหนืออยู่ได้ทุกวันนี้เพราะจีนช่วยทุกอย่าง โดยเฉพาะทางด้านพลังงานและเชื้อเพลิง ทั้งหลายทั้งปวงเพื่อแลกกับที่จีนยอมให้ผู้นำสูงสุดคิม จอง อิล มาเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ
ส่วนอีกเรื่องคือ การป้องกันการจู่โจมในอินเทอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้ใครๆ เรียกว่าเป็นสงครามไซเบอร์
ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาต่างคุมเชิงซึ่งกันและกันในเรื่องนี้ ขณะนี้สหรัฐอเมริกามีภาษีมากกว่า เพราะเป็นผู้ริเริ่มเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโลก โฮลส์อินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ก็ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาแทบทั้งสิ้น ส่วนจีนก็ไม่เบา เพราะสามารถศึกษาความรู้เหล่านี้ได้จากแหล่งข้อมูลเปิด โอบามาได้เตือนฝ่ายจีนว่า การโจรกรรมทางด้านไซเบอร์จะส่งเสียหายต่อสัมพันธ์ทวิภาคี
การพบปะครั้งนี้ 8 ชั่วโมง มีผลทันควันคือ ผู้นำทั้งสองได้สร้างความเชื่อมั่นในแต่ละฝ่าย ที่ผ่านมาประธานาธิบดีจีนคนก่อน หู จิ่นเทา พบกับโอบามาถึง 12 ครั้ง แต่ไม่เคยได้สร้างความรู้สึกแบบกันเองที่พบเห็นในการเจรจาครั้งนี้เหมือนกับเพื่อนซี้
ในอนาคต สัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกาจะมีเสถียรภาพและความแน่นอนมากขึ้น สหรัฐอเมริกาต้องพยายามประคับประคองมิตรภาพกับจีน ตอนนี้สถานการณ์ในเอเชียตะวันออกไม่ค่อยดี มีข้อพิพาทระหว่างจีนและญี่ปุ่น ซึ่งมีการแลกหมัดกันดุเดือดมาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ถ้าเกิดสงครามขึ้นมาระหว่างจีนกับญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาต้องปกป้องญี่ปุ่น เพราะเป็นพันธมิตร ไทยในฐานะหนึ่งในห้าพันธมิตรก็จะถูกดึงเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับอาเซียน ผู้นำองค์กรภาวนาให้จีนกับญี่ปุ่นแก้ปัญหาข้อพิพาทเซนกากุให้เร็วที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้อาเซียนสามารถบรรลุการเป็นประชาคมอาเซียนให้ได้ภายในอีก 900 กว่าวัน



