คอลัมนิสต์

ระวัง!ตกเป็นเหยื่อคนบาปแก๊งตกทอง

ระวัง!ตกเป็นเหยื่อคนบาปแก๊งตกทอง

10 มิ.ย. 2556

ระวัง!ตกเป็นเหยื่อคนบาป...แก๊งตกทอง : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม

             โรงพักระวังภัย นำเสนอข่าวเตือนภัย "แก๊งตกทอง" อาละวาดด้วยพฤติการณ์เดิมๆ มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีคนตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนมาก

             ภาพผู้เสียหายหลายคนตะโกนด่าทอ สาปแช่งด้วยความเจ็บใจที่ถูก น.ส.ยุพิน ภาคทรัพย์ อายุ 40 ปี "เครือข่ายขบวนการไอ้เป๋" หลอกลวง แต่ก็ต้องสิ้นฤทธิ์ถูกตำรวจ สน.ร่มเกล้า แกะรอยตามรวบเป็นรายสุดท้าย

             พร้อมของกลาง พระสมเด็จปลอมเป็นจำนวนมาก

             น.ส.ยุพิน ยอมรับสารภาพว่า ทำมาแล้วหลายครั้งหลายพื้นที่ ทั้ง สน.หนองจอก สน.บางชัน สน.พหลโยธิน สน.ราษฎร์บูรณะ สน.จรเข้น้อยสน.พญาไท สน.มีนบุรี

             พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.หนองจอก เปิดเผยต่อทีมข่าวอาชญากรรมว่า พฤติการณ์ของคนร้ายแก๊งนี้จะตระเวนหาเหยื่อไปเรื่อยๆ พื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก และเน้นเหยื่อที่เป็น "ผู้หญิง" แต่งกายมีทรัพย์สินประดับล่อตา ไม่เว้นแม้แต่ถุงกับข้าว!

             หลังเจอเหยื่อแล้ว !!

             "ยุพิน" จะเดินเข้าไปแล้วพูดคุยกับเหยื่อว่า ไม่มีเงิน แต่มีพระสมเด็จแท้ กำลังจะเอาไปจำนำในราคา 5 หมื่นบาท ระหว่างที่พูดลวงอยู่นั้น น.ส.วิลาวรรณ์ กิ่งกล่อม เดินเข้าประกบพร้อมกับยืนยันว่าเป็นพระแท้ ราคาสูง ก่อนจะควักโทรศัพท์พูดคุยกับ นายนิวัตร มะตัน หรือ เป๋ หัวหน้าแก๊ง

             "เป๋" อ้างตัวเป็นเซียนพระ พูดย้ำเพื่อให้เหยื่อตายใจว่า เป็นพระสมเด็จแท้-ราคาสูง  

             ขณะที่ "เหยื่อ" เริ่มลังเลใจ "ยุพินและวิลาวรรณ์ เรียก "ภานุ" เครือข่ายเดียวกันในคราบคนขับรถแท็กซี่ขับไปหาร้านทองเพื่อจำนำ

             ระหว่างที่ "เหยื่อ" ยอมเดินทางไปด้วย แก๊งตกทองจะงัดสารพัดวิชาออกมาพูดคุยหลอกล่อจนผู้เสียหายยอมมอบทรัพย์สินส่วนตัวให้ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยทองรูปพรรณ สร้อยคอ ก่อนจะบอกให้เหยื่อถือ "พระสมเด็จปลอม" เข้าไปในร้านทองเพื่อจำนำ

             กว่าจะรู้ว่าตกเป็นเหยื่อ แก๊งคนร้ายก็เผ่นหนีหายไร้ร่องรอย กระทั่งเจอเหยื่อจึงลงมือก่อเหตุซ้ำตามแบบเดิมอีกครั้งแล้วครั้งเล่า โดยผู้ต้องหารายนี้ยังยอมรับว่า ก่อเหตุครั้งแรกเมื่ออายุได้เพียง 12 ขวบ จากการเรียนวิชากับ "เป๋" หัวหน้าแก๊งผู้เก็บตนเองมาเลี้ยงดู จนขณะนี้ ผ่านมาเกือบ 30 ปี ได้หลอกเหยื่อจำนวนนับไม่ถ้วน โดยแต่ละคนที่ถูกหลอกก็จะต้องสูญเสียทรัพย์สินเป็นมูลค่าหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท

             นางทวีวรรณ ปุงบางกะดี อายุ 68 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า เคยถูกหลอกลักษณะนี้มาแล้ว เสียสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาทให้แก่ผู้ต้องหาเพราะถูกหลอกและโดนถอดโดยกลุ่มคนร้ายที่อยู่ในรถแท็กซี่ จำได้ว่า หนึ่งในกลุ่มคนร้ายคือ น.ส.ยุพินที่ตำรวจได้จับกุม

             "วันนั้น ฉันใส่สร้อยคอพร้อมจี้เป็นรูปแม่ กำไลข้อมือและแหวนรวมน้ำหนัก 4 บาท คนร้ายเข้ามาร้องไห้บอกว่า ลุงของเขาไม่สบายมาก ไม่มีเงินรักษา มีเพียงพระสมเด็จรุ่นเกศไชโย มีเพียง 9 องค์ ราคาแพงมาก เขาก็พูดจาหว่านล้อมไปมา จู่ๆ ฉันก็ยอมถอดให้เขาหมดเลย เขาก็ช่วยถอด แล้วเขาก็เอาพระห่อกระดาษบอกให้รักษาดีๆ เอาไปให้ร้านทองดูได้เลย แต่พอเอาไปให้ร้านทองดูเลยรู้ว่าเป็นพระปลอม คนร้ายก็หายไป จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก แต่ที่เสียดายที่สุดคือจี้ที่มีรูปของแม่"

             พ.ต.อ.สิทธิภาพ ยังฝากเตือน หากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ อันดับแรกต้องตั้งสติก่อน อย่าไปหลงคารมง่ายๆ ถ้าคิดอะไรไม่ออกรีบเดินหนี ไม่ต้องคุยหรือถ้าหนีไม่ได้ โทรศัพท์ปรึกษาก่อน ถ้ามีญาติเป็นตำรวจยิ่งดี โทรศัพท์คุยเลย และหลอกให้คนร้ายเดินทางไปด้วยกัน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับเลย

             มิจฉาชีพลักษณะแบบนี้ยังมีอยู่มาก ถ้าเราเจอเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ก็ให้ตั้งสติก่อน เหตุแบบนี้ ถ้าเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวหรือตัวคุณ บางทีอาจจะไม่ได้เสียแค่ทรัพย์สินเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ เป็นอันขาด

...........................

(หมายเหตุ : ระวัง!ตกเป็นเหยื่อคนบาป...แก๊งตกทอง : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม)