คอลัมนิสต์

งึมงำจำนำข้าว

งึมงำจำนำข้าว

09 มิ.ย. 2556

งึมงำจำนำข้าว : บทบรรณาธิการประจำวันที่9มิ.ย.2556


              ยังคงไม่มีความชัดเจนกับการชี้แจงของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับเรื่องที่สังคมแคลงใจต่อโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ด้วยวิธีเลี่ยงบาลีเล่นสำนวนโวหารมากกว่าที่จะสำแดงข้อเท็จจริงให้ทุกฝ่ายรับรู้ สร้างความผิดหวังให้แก่ประชาชนอย่างมากที่ผู้รับผิดชอบยังคงปกปิดข้อมูลทางการเงิน ส่งผลเสียหายต่อภาพรวมของประเทศ เพราะการปกปิดตัวเลขครั้งนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นในสายตาของทุกฝ่าย แสดงให้เห็นว่าตัวเลขที่กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบอาจมีผลขาดทุนจำนวนมากจึงไม่กล้าที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน

              สองตัวแทนของรัฐบาลไม่ได้มีตัวเลขอะไรเลยที่จะมาหักล้างผลสรุปของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าแค่ปีแรกพบว่าขาดทุนถึง 260,000 ล้านบาท เป็นเหตุให้ต้องถูกเด้งออกจากประธานปิดบัญชีที่นำความจริงมาเปิดเผย นอกเหนือจากคำพูดปั่นกระแสการเมืองว่าเอกสารดังกล่าวก็ไม่ใช่ของจริงเพราะตีตราลับ ยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหรือกขช. ให้การรับรอง

              หนำซ้ำยังเฉไฉไปว่าในเอกสารที่คณะกรรมการปิดบัญชีส่งเรื่องมาให้ไม่มีการบันทึกตัวเลข 260,000 ล้านบาท ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด มีเพียงข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2556 ระบุว่า มีสินค้าที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร 17 รายการที่เข้าโครงการรับจำนำของรัฐบาล ซึ่งรวมการรับจำนำข้าวคงเหลือในสต็อกคิดเป็น 226,000 ล้านบาท มีการบันทึกขาดทุนรวม 216,000 ล้านบาท แต่หลังจากวันที่ 31 มกราคม ได้มีข้าวเข้ามาเพิ่มขึ้น รวมทั้งรัฐบาลอยู่ระหว่างการระบายข้าว ดังนั้นแม้โครงการนี้จะมีผลการดำเนินงานขาดทุนแต่ไม่สูงถึง 260,000 ล้านบาทแน่นอน

              รัฐบาลยืนยันจะเดินหน้าโครงการจำนำข้าวต่อไปโดยอ้างถึงผลประโยชน์ที่ชาวนาจำนวน 15 ล้านคนได้กินดีอยู่ดีลืมตาอ้าปากกับเขาได้บ้าง ท่ามกลางข้อสงสัยที่สังคมตั้งคำถามถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ค่อยผุดออกมาในขั้นตอนต่างๆ ที่รัฐบาลอ้างถึงความโปร่งใส ที่สุดท้ายแล้วเม็ดเงินก้อนใหญ่ก็ตกไปอยู่กับกลุ่มนายทุนและนักการเมืองเพียงหยิบมือเดียว เพราะนับแต่สิ้นมกราคมจนมาถึงเดือนพฤษภาคม มีการประเมินจากคณะกรรมการปิดบัญชีถึงการขาดทุนเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ยังไม่ได้นับรวมค่าเสื่อมราคาข้าวที่รัฐบาลสต็อกไว้จำนวนเฉลี่ย 20% หากนำมาคำนวณแล้วจะเห็นตัวเลขผลขาดทุนทะลุถึงระดับ 400,000 ล้านบาท ดูแล้วน่าตกใจ

              หากรัฐบาลบอกว่าโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนน้อยกว่า 260,000 ล้านบาท รัฐบาลก็ต้องชี้แจงโดยให้ตัวเลขทั้งหมดอย่างโปร่งใส ยิ่งปกปิดคนก็ยิ่งอยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงไม่ยอมเปิดเผย และเมื่อเปิดเผยตัวเลขออกมารัฐบาลก็อาจจะถูกตั้งคำถามว่าข้าวที่รับจำนำมาถูกขายไปให้ใคร ราคาเท่าไหร่ ผู้ประกอบการที่ซื้อข้าวเป็นใคร และที่บอกว่าขายแบบรัฐต่อรัฐนั้นเป็นรัฐไหน มีปริมาณเท่าไหร่และได้ราคาเท่าไหร่ ซึ่งจะไม่ใช่เรื่องยากถ้าผู้ตอบได้ดำเนินการตามจริง และไม่ว่าเหรียญจะออกด้านไหน นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่พวกท่านนำไปใช้จ่ายเป็นภาษีอากรของประชาชน