
หาเสียงแบบโฮมสเตย์
หืมม์...เห็นนักการเมืองระดับเป้งๆ รับบทชาวนาจำเป็น หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน ลุยโคลนยักแย่ยักยันดำนาในผืนที่นาบ้านหนองไผ่-นาดี อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร วันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เห็นการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ในมิติใหม่ ดูเนียนกว่าเดิมเยอะ
เจอแบบนี้ “สิงห์เหลิม” บ่นพึมพำ หลังจากพาคนในพรรคเร่ร่อนหาเสียง จนคอแหบคอแห้ง เป็นการชิงเลือกตั้งซ่อม คู่แข่งคือ “เพื่อไทย” และ “ภูมิใจไทย”
คนรู้ทันบอกว่า “เพื่อใคร” ก็รู้ๆ กันอยู่ และ “ใครภูมิใจ” ก็ไม่เป็นความลับเช่นกัน งานนี้เป็นการประเมินพลังว่าระหว่าง 2 พรรคใครจะมีภาษีกว่ากัน ถ้าเลือกตั้งใหญ่
“สิงห์เหลิม” ต้องกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ เมื่อพรรคคู่แข่งไม่ยอมประชันนโยบาย เอาใจชาวบ้าน ใช้วิธีสัมมนา โฮมสเตย์ให้ ส.ส.ไปนอนบ้านของคนในหมู่บ้าน
ปัจจุบัน “เพื่อไทย” เป็นแชมป์ภาคอีสาน มี “ภูมิใจไทย” จะเป็นผู้ท้าชิง หลังจากเลือกตั้ง ผลออกมาแล้วทั้ง 2 ค่ายจะหวนคืนกลับมาดูดปากกันจ๊วบๆ ให้ชาวบ้านเห็นแล้วชวนอ้วกแตกหรือไม่ ต้องรอว่าใครจะต้านแรงดันของการขย้อนมากกว่า ฮ่า!
การทำนาวันก่อนเป็นส่วนหนึ่งของการลงพื้นที่ มีคนสถาปนาเป็นนายใหญ่คนใหม่กำกับสั่งงาน ไล่รัฐมนตรีระดับอภิมหาอาเสี่ย จนถึงอดีตครูท้องถิ่นไปดำนา
รวมทั้งรัฐมนตรีสาวใหญ่ เจ้าของโครงการเร่งขายสินค้าโภคภัณฑ์ ต้องลุยโคลนดำนาด้วยเช่นกัน เห็นแล้วชวนให้นึกถึงกลุ่มนิยมทำนาบนหลังคน หรือเป็นเจ้าของกิจการสำหรับให้คนยอมตากหน้าขายที่นาผืนน้อย สร้างความมั่งคั่งให้นักลงทุน
การทำนาไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไร้เครื่องจักรทุ่นแรง ต้องใช้ควายและคนทำเองทุกอย่าง ทำให้รู้ซึ้งว่าชีวิตลำเค็ญของ “กระดูกสันหลังของชาติ” นั้นเป็นอย่างไร
มีชาวชนบท เคยเป็นเจ้าของที่นา ทนความยากจนไม่ได้ เสียที่ดินจำนองต้องแปรสภาพเป็นแรงงานในเมือง โรงงานอุตสาหกรรม โครงการก่อสร้าง ลำบากกว่าเดิม เป็นชีวิตไร้ความหวัง คุณภาพต่ำลง สภาพแวดล้อมทำให้สุขภาพจิตและร่างกายทรุดโทรม
เมื่อทนลำบากไม่ได้ ต้องหนีกลับไปบ้านเกิด หรือเลือกอาชญากรรม!
สัมมนาโฮมสเตย์ เป็นโอกาสได้กำชับหรือขอร้องพร้อมการจูงใจว่าควรเลือกใคร วิธีนี้ถูกมองว่าเป็นการยกระดับเหนือโครงการเร่ร่อน นกขมิ้นเหลืองอ่อนในยุคผู้เรืองอำนาจไร้เทียมทานเลือก อ.อาจสามารถ เป็นต้นแบบของการเข้าถึงชนบท
คราวนี้หัวหน้ารัฐมนตรีสั่งการเด็ดขาดว่าต้องให้สำเร็จ โครงการอาจสามารถมีเพียงนายใหญ่นอนคนเดียว ตอนเช้านุ่งผ้าขาวม้า เดินถือขันเดินโชว์ก่อนเข้าส้วมอาบน้ำ ขี่มอเตอร์ไซค์ ยุคนี้ให้ ส.ส.ในพรรคทั้งหมดครอบคลุมพื้นที่ด้วยการนอน
จะได้รับรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวรากหญ้าชนบท ! นั่นแสดงว่าที่ผ่านมานั้นอาจรู้เรื่องเพียงฉาบฉวยผิวเผิน ไปตามหมู่บ้านเมื่อถึงฤดูกาลต้องยกมือไหว้ตระเวนหาเสียง
งานนี้ได้รับการประชาสัมพันธ์ฟรีๆ ไม่ต้องขอร้องหรือจ้างให้ทีวีไปทำข่าว แต่ละสถานีส่งทีมงานไปแบบเต็มใจ มีปัจจัยอื่นช่วยให้เชียร์แบบเนียนหรือไม่ ต้องเดาเอง
ถ้าเลือกตั้งใหญ่ แต่ละพรรคคงต้องจองบ้านสำหรับโฮมสเตย์ แบบนี้ไม่ต้องเสี่ยงกับหมาหอน เพราะเข้าไปนอนแจกเงินถึงในบ้าน เท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีใครรู้เห็นนิ! อิอิอิ!!!



