คอลัมนิสต์

เห็นขี้ดีกว่าไส้

เห็นขี้ดีกว่าไส้

07 มิ.ย. 2556

เห็นขี้ดีกว่าไส้ : บทบรรณาธิการประจำวันที่7มิ.ย.2556


           เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ล้วนแต่ตอกย้ำว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นพวก "เห็นขี้ดีกว่าไส้" ชอบวิ่งโร่ไปฟ้องต่างชาติกล่าวหาประเทศบ้านเกิดเมืองนอนอย่างเสียๆ หายๆ ต่างๆ นานา อาทิ ฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศว่าศาลยุติธรรมของไทยไม่น่าเชื่อถือ หรือใส่ร้ายป้ายสีประเทศด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงต่างๆ แต่กลับปิดปากเงียบไม่ยอมพูดถึงกรณีที่รัฐบาลไม่เคยยอมฟังคำเตือนของประชาชนโดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการประชานิยม รวมทั้งไม่ฟังเสียงทักท้วงจากฝ่ายค้าน จากนักวิชาการและภาคส่วนต่างๆ ในโครงการรับจำนำข้าวด้วยความย่ามใจว่าสามารถครอบงำฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด กระทั่งประชาชนสุดจะอัดอั้นตันใจต้องระบายออกผ่านสื่อทางเลือก เกิดเป็นปรากฏการณ์หน้ากากขาวบนโลกออนไลน์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

           แต่แล้วการ "เห็นขี้ดีกว่าไส้" ก็เกิดกระแสตีกลับ เมื่อสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำ มูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้แสดงความเป็นห่วงว่าการขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวจะทำให้รัฐบาลประสบความยากลำบากมากขึ้นในการจัดงบประมาณให้สมดุล อีกทั้งจะเป็นปัจจัยลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของไทยกรณีที่รัฐบาลอาจต้องแบกรับภาระขาดทุนจากโครงการนี้ถึง 2 แสนล้านบาท สูงกว่าการประมาณของธนาคารโลกเมื่อปีที่แล้วที่เคยเตือนว่าโครงการรับจำนำข้าวจะทำให้รัฐเสี่ยงต่อการขาดทุนถึงอย่างน้อยปีละ 1.5 แสนล้านบาท และอาจนำไปสู่การปรับลดเครดิตระยะยาวของประเทศ ห้วงเดียวกัน คณะผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งมักจะทำงานสอดประสานกับมูดีส์ ได้เดินทางมาไทยเพื่อติดตามสภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวม โดยจะรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ รวมถึงเอกชน เช่น ผู้ส่งออก นักวิชาการ แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นไปประเมินสถานะเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกครั้ง

           อันที่จริง ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ประการใดที่มีการทักท้วงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ก่อนหน้านี้ ทั้งฝ่ายค้าน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านงบประมาณและโครงการประชานิยมของไทยต่างดาหน้าเตือนรัฐบาลถึงผลเสียจากโครงการนี้ว่าเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นหลากรูปแบบ กระทั่งทำให้ไทยเสียแชมป์ผู้ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก เนื่องจากราคาข้าวไทยสูงกว่าตลาดโลกมาก แต่รัฐบาลกลับทำเป็นหูทวนลมไม่ใส่ใจกับคำเตือนเหล่านี้ ยืนกระต่ายขาเดียวมาตลอดว่าโครงการรับจำนำข้าวจะช่วยให้ชาวนาสามารถลืมตาอ้าปากและปลดหนี้สินท่วมตัวได้ หนำซ้ำยังเตะถ่วงไม่ยอมแจกแจงตัวเลขแท้จริงว่ารัฐบาลขาดทุนในโครงการนี้มากน้อยเพียงใด ทั้งๆ ที่มีการเรียกร้องมาตลอดให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการนี้ เมื่อจนแต้มมากขึ้นเนื่องจากสถาบันการเงินโลกเริ่มยื่นมือเข้ามาตรวจสอบ รัฐมนตรีบางคนรวมทั้งคนใกล้ชิดกลุ่มหนึ่งกลับพยายามเบนประเด็นหันไปพูดเป็นตุเป็นตะถึงแผนสมคบคิดกันล้มล้างรัฐบาลของคนกลุ่มหนึ่งโดยปราศจากความรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง อันเป็นลูกไม้เดิมๆ ซึ่งคงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะถ้าเป็นทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟลน ฉันใดก็ฉันนั้น