
เทียน อัน เหมิน
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นวาระครบรอบ 20 ปี ของเหตุการณ์นองเลือดที่ เทียน อัน เหมิน ในกรุงปักกิ่ง วันนี้ผมจึงขอนำเรื่องราวของเทียน อัน เหมิน และเหตุการณ์ในครั้งนั้น มาเล่าให้ฟังครับ - คำว่า เทียน อัน เหมิน ในภาษาจีน แปลว่า ประตูฟ้าผาสุก
เทียน อัน เหมิน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1417 ในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับการบูรณะโดยราชวงศ์ชิง ในเวลาต่อมา ลักษณะของประตู ประกอบด้วยหอขนาดใหญ่ บริเวณหน้าหอประตูเป็นลานกว้างขนาดใหญ่ กินพื้นที่ 4.4 แสนตร.ม. จุคนได้ถึง 1 ล้านคน ในสมัยโบราณแม้จะใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญๆ เช่น พิธีราชาภิเษกของจักรพรรดิ การสถาปนาพระมเหสี และประกาศพระบรมราชโองการ แต่ก็เป็นสถานที่หวงห้าม จนถึง ค.ศ.1919 เมื่อสิ้นสุดราชวงศ์ชิง จึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้
และนับจาก ค.ศ.1919 เป็นต้นมา เทียน อัน เหมิน ก็ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองของจีนมาโดยตลอด เริ่มจากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 1919 ที่นักศึกษาของสถาบันต่างๆ ในกรุงปักกิ่ง ชุมนุมคัดค้านการประชุมสันติภาพที่พระราชวังแวร์ซายส์ ฝรั่งเศส ซึ่งให้การรับรองสถานะของญี่ปุ่นในมณฑลซันดงของจีน
ต่อมามีการชุมนุมของนักศึกษา ประชาชน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 1935 เพื่อต่อต้านการรุกรานจีนของกองทัพญี่ปุ่น โดยการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งนำไปสู่การรวมตัวกันชุมนุมขับไล่ญี่ป่นทั่วประเทศ
และที่สำคัญที่สุด คือเหตุการณ์ในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 ที่ เหมา เจ๋อ ตุง ได้ประกาศการสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่หอประตูเทียน อัน เหมิน พร้อมกับเชิญธงดาวแดงขึ้นสู่ยอดเสา ทำให้เทียน อัน เหมิน กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนในยุคใหม่
เหตุการณ์สำคัญภายหลังที่จีนเป็นสาธารณรัฐแล้ว มีอยู่ 2 เหตุการณ์ด้วยกัน เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน ค.ศ.1976 เมื่อนักศึกษา ประชาชน และผู้ใช้แรงงาน โดยการนำของเติ้ง เสี่ยว ผิง พร้อมใจกันมาวางพวงหรีดและอ่านบทกวีสดุดี อดีตนายกรัฐมนตรี โจว เอิน ไหล โดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจของ “แก๊งสี่คน” ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากอยู่ในเวลานั้น ผลก็คือถูก “แก๊งสี่คน” ส่งกำลังเข้าสลายการชุมนุม และเติ้ง เสี่ยว ผิง ถูกปลดจากทุกตำแหน่งในพรรค
เหตุการณ์ที่ 2 ก็คือเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ.1989 หรือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เมื่อรัฐบาลจีนใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามผู้ชุมนุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาด้วยวิธีการรุนแรง การชุมนุมครั้งนี้ เริ่มขึ้นเมื่อกลางเดือนเมษายนของปีนั้น เมื่อนักศึกษาเดินขบวนแสดงความอาลัยต่อนาย หู เย่า ปัง อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำการปฏิรูป พร้อมกับเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง และปราบปรามคอรัปชั่น ซึ่งถือว่าเป็นการเดินขบวนครั้งแรก นับตั้งแต่มีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นมา โดยนักศึกษาได้เข้ายึดจัตุรัสเทียน อัน เหมิน เป็นเวลา 7 สัปดาห์ อย่างท้าทายอำนาจเบ็ดเสร็จของรัฐบาลจีน
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการชุมนุมครั้งนั้นมีทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกได้แก่กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยที่รุนแรงขึ้นในหมู่ประเทศสังคมนิยม ซึ่งกระแสดังกล่าวนำไปสู่การทลายกำแพงเบอร์ลิน ในเดือนธันวาคม ค.ศ.1989 รวมถึงการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในเดือนธันวาคม 1991 ส่วนปัจจัยภายในได้แก่สถานการณ์ทางการเมืองของจีนเองในเวลานั้น ซึ่งเป็นการประลองกำลังกันระหว่างกลุ่มผู้นำหัวเก่าสุดโต่ง ซึ่งนำโดยนายหลี่ เผิง นายกรัฐมนตรี กับกลุ่มผู้นำสายกลางที่มีแนวคิดเชิงปฏิรูป ซึ่งนำโดยนายจ้าว จือ หยาง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน แต่ด้วยแรงสนับสนุนของเติ้ง เสี่ยว ผิง นายหลี่ เผิง ก็เป็นฝ่ายชนะ ทำให้นายจ้าว จือ หยาง ถูกปลดจากตำแหน่งและกักบริเวณอยู่ในบ้านพักรวมเวลานานถึง 16 ปี จนถึงแก่กรรม เมื่อ ค.ศ. 2005
เหตุการณ์ที่เทียน อัน เหมิน ครั้งนั้น แม้ทางการจีนจะแถลงว่ามีผู้เสียชีวิต 241 คน แต่ตัวเลขจากแหล่งอื่น ระบุว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตถึง 2,000 คน และบาดเจ็บอีก 7,000-10,000 คน
ภายหลังเหตุการณ์ รัฐบาลจีนถูกประณามจากนานาชาติ และถูกตั้งข้อรังเกียจเป็นเวลาหลายปี แต่ทุกวันนี้กระแสดังกล่าว เริ่มแผ่วเบาลง เมื่อจีนประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ จนก้าวขึ้นสู่ความเป็นประเทศผู้นำที่สำคัญของโลก ประกอบกับสภาพชีวิตของชาวจีนที่ได้รับการผ่อนปรนมากขึ้นโดยลำดับ



