
2,525,000ล้านบาทให้ชาวบ้านเข้าถึง(บ้าง)ดีมั๊ย.!?
2,525,000ล้านบาทให้ชาวบ้านเข้าถึง(บ้าง) ดีมั๊ย.!? : กระดานความคิด โดย ไพศาล อินทสิงห์ ม.นเรศวร
ปัจจัยหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง “ผลงาน”ของรัฐบาล ก็คือ “งบประมาณ” ซึ่งงบปีนี้ 56 ใกล้หมดไป งบใหม่ปี 57 เข้ามาแทน
ตลอดปี 56 จึงได้เห็นผลงานทะยอยออกเป็นระยะๆ ขณะที่งบก็ถูกเบิกจ่ายออกไปๆตามแผนงาน แผนเงินที่วางไว้ ใช้เงินทำงานเพื่อสร้างคุณภาพชีวิต สังคม และความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
ส่วนปี 57 จะมีผลงานอะไรออกมาบ้าง 1 ตุลาคมนี้ จะเป็นวันแรกของการใช้งบใหม่ เพื่อสร้างงานนโยบาย โครงการอย่างไร ต้องติดตาม
ใครที่ติดตามข่าวสารทางสื่อ จะเห็นว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังจัดทำงบ 57 อยู่ ซึ่งเป็นวงเงินสูงถึง 2,525,000 ล้านบาท ล่าสุดผ่านกระบวนการงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรในเบื้องต้นแล้ว เหลือบางขั้นตอน เพื่อช่วยกันดูให้รอบคอบรัดกุมยิ่งขึ้น อาจมีปรับเพิ่ม-ลดรายการค่าใช้จ่ายอะไรให้เหมาะสม ก็ว่ากันไป แต่หลักใหญ่ใจความ ก็คือ ผ่านความเห็นชอบแล้ว
เป็นวงจรเช่นนี้ทุกๆปี
ด้วยความที่เป็นเช่นนี้ทุกๆปี เห็นเป็นรูทีน ก็เลยลืมมองว่า เป็นกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์(พีอาร์)รัฐบาลได้ อย่างน้อย 2 ประการ
1) น่าฉวยคว้าตัวเลข 2,525,000 ล้านบาทนี้มาตีปี๊บ เล่นเชิงพีอาร์ให้สังคม ประชาชน ชาวบ้านชนบทโฟกัส เห็นถึงความเติบโตของงบประมาณ เป็นความภาคภูมิใจร่วมกัน เช่น ทำสปอตทีวี วิทยุ สื่อออนไลน์ ฯลฯ
2) อาจเป็นที่รับรู้รับทราบสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่สนใจติดตามข่าวสารทางสื่อ แต่กับคนกลุ่มข้างล่าง ประชาชน ชาวบ้านผู้มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ ชนบทรากหญ้า ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ อาจห่างไกล เข้าไม่ถึง ไม่ได้สัมผัสรับรู้ จะทำอย่างไร
มีคำถามชวนคิด(1) : จะให้คนกลุ่มข้างล่าง ประชาชน ชาวบ้านผู้มีรายได้น้อย ชนบทรากหญ้า ได้มีส่วนร่วมรับรู้รับทราบ เพื่อให้โอกาสเข้าถึง เข้าใกล้ เข้าใจ ใกล้ชิด(บ้าง)ดีมั๊ย มิเพียงรับรู้ตัวเลข 2,525,000 ล้านบาท ยังชี้นำให้เห็นว่า เอาเงินไปทำอะไรกันบ้างเพื่อประชาชนและประเทศชาติ
ถ้าให้รับรู้ จะได้อะไร ถ้ามองข้ามล่ะ จะเสียอะไร
ผู้เขียนมีบางมุมที่อยากแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน ผู้อ่านอาจเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือช่วยกันแสดงความเห็น ถือว่า เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประเทศของเรานะครับ
ผู้เขียนยังมองว่า ถ้าให้เขามีโอกาสรับรู้อย่างเข้าถึง เข้าใจ จะทำให้เขามีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณ ให้เกียรติ ให้ความสำคัญในฐานะผู้เสียภาษีและเป็นเจ้าของประเทศ มิเพียงเห็นความเติบโต ก้าวหน้า แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจ มิใช่รับรู้อยู่เฉพาะกลุ่มบน ผู้เกี่ยวข้อง หรือรัฐบาลฝ่ายเดียว ข้างบนก็ทำไป ข้างล่างก็อยู่กันไป หรืออย่างไร ดูจะขาดความสัมพันธ์ ผูกพันเชื่อมโยงที่สร้างสรรค์ หรือไม่ ประการใด
ถ้ามองข้ามล่ะ จะเป็นอย่างไร หรือว่าไม่เป็นไร อยู่ที่รัฐบาลจะพิจารณา หรือว่ารัฐบาลมีแผนพีอาร์ในส่วนนี้อยู่แล้ว ไม่แน่ใจ ?
มีคำถามชวนคิด(2) : ถ้าพีอาร์อยู่แล้ว ได้มุ่งให้ข่าวสารเข้าถึง เข้าใจอย่างไร ในมุมผู้เขียนมองว่า จะดีหรือไม่ หากจัดพิมพ์คู่มือเล็กๆ เห็นแล้วอยากหยิบ ชวนอ่าน โดยส่งตรงถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน
ในขนาดรูปเล่มกระทัดรัด ชี้ให้เห็นภาพงบประมาณ 57 รายรับ-รายจ่ายเท่าไร ตอบสนองยุทธศาสตร์ใด ส่งผลดีเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ชาวบ้าน และประเทศอย่างไร
ขณะที่อาจเพิ่มช่องทางพีอาร์ทางสื่ออื่นๆขนานไปด้วย อย่างสื่อใหม่ สื่อออนไลน์ อินเทอร์เน็ต เล่นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไลน์ ส่งต่อ ตอบกลับกันแค่ปลายนิ้วสัมผัส เพื่อให้ข่าวสารประชาสัมพันธ์งบประมาณรัฐบาลมีชีวิต มีคลิ๊ก มีเคลื่อนไหว ใหม่ สด แสดงความเห็นได้ ก็ว่าไป
เก็บทุกเม็ด ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
พีอาร์รัฐบาลยุคใหม่ ต้องไปทางนี้ ไม่ไปไม่ได้ เพราะตอบโจทย์สังคมออนไลน์ จะให้ประชาชน คนรุ่นใหม่ ฟังข่าววิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์นั้นไม่พอแล้ว เอาไม่อยู่
ทำอย่างไรให้ประชาชน ชาวบ้าน คนชนบทรากหญ้า มีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณ และการพัฒนางานโครงการต่างๆของรัฐบาล ใส่เงินเข้าไปเท่านี้ ผลลัพธ์ออกมาเท่าไร เกิดการสนใจ รับรู้ จดจำ เพื่อให้รู้ว่า ประเทศไปทางไหน เตรียมตัว ปรับตนอย่างไร เพื่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
งบประมาณ ถือเป็นหัวใจของการบริหารงานโครงการพัฒนาใดๆ ขึ้นกับวิสัยทัศน์ นโยบาย หรือยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลวางไว้ ยุทธศาสตร์ใดบ้าง กี่ยุทธศาสตร์
งบประมาณ สะท้อนผลงาน
แน่นอนว่ารัฐบาลไหน รัฐบาลนั้น ย่อมใช้เงินทำงาน ซึ่งเห็นว่า ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและประเทศ ต่างกันเพียงผู้นำ นำไปด้านไหน ประเทศก็ไปทางนั้น
มีคำถามชวนคิด(3) : งบ 57 นี้ หากจะฉีกแนวประชาสัมพันธ์เชิงแนะนำ หรือสร้างความรู้จัก เข้าใจ เข้าถึงผลงานโครงการให้ประชาชน ชาวบ้านล่วงหน้าตั้งแต่ยังเป็นงบประมาณ โดยที่รัฐบาลไม่ต้องรอให้เงินทำงานในเดือนตุลาคม ถึงค่อยประชาสัมพันธ์ผลงาน จะดีหรือไม่ ประการใด
ระหว่างการประชาสัมพันธ์งบประมาณ(โครงการ) โดยไม่ต้องรอผลงาน กับการรอประชาสัมพันธ์ผลงาน โดยให้งบประมาณทำงานก่อน อย่างไหน จะดีกว่ากัน ?
ขึ้นกับโฆษกรัฐบาลจะพิจารณา
หากฉวยใช้จังหวะโอกาสจากงบประมาณได้ จากนี้ มิย.-กย. 4 เดือน มิเพียงเป็นกลยุทธ์พีอาร์ด้วยการเล่นกับตัวเลข 2,525,000 ในแง่มุมนั้น แง่มุมนี้ โครงการนั้น โครงการนี้ ยังโน้มน้าวชี้นำให้ผู้เป็นเจ้าของงบ ประชาชนผู้เสียภาษี ชาวบ้านร้านตลาด มีส่วนร่วม สัมผัสรับรู้ คล้อยตามสนับสนุน
มิเพียงรับรู้ ยังจะชื่นชม
เป็นพีอาร์อีกมิติ เพราะทำให้เห็นผลงานจากงบประมาณ(โครงการ) ตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือทำ นี่ล่ะพีอาร์เชิงรุกด้วยการชิงบอกกล่าว ว่าจะทำอะไร ด้วยเงินเท่าใด เป็นการเกริ่นนำอารัมภบทที่น่าสนใจ
และเมื่องบเดินแล้ว (ตุลาคมเป็นต้นไป) งานเคลื่อนแล้ว หาจังหวะพีอาร์อีกรอบ ตอกย้ำข่าวสารเท่าใด สร้างการจดจำเท่านั้น
รู้สึกว่า เราจะตั้งรับ 2 ล้านล้านบาทกับรถไฟความเร็วสูงที่วันนี้ยังตามอธิบาย ชี้แจงทำความเข้าใจกันไม่เสร็จ เพราะอาจมองที่การบริหารงานโครงการ มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคม การใช้งบ การกู้เงิน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฯลฯ เป็นไปได้หรือไม่ว่า เราใช้พีอาร์เป็นตัวตาม ไม่ได้ใช้พีอาร์เป็นตัวนำ หรือเกริ่นนำอารัมภบทล่วงหน้าเท่าที่ควร
ดีว่ารถไฟความเร็วสูงเป็นประโยชน์ คนหนุนเป็นทุนเดิม ถ้าเป็นบางโครงการไม่ตอบโจทย์ความต้องการ แม้พีอาร์เข้าถึง เข้าใจอย่างไร ก็อาจยากจะบรรลุผลได้
มองมิติบริหารแล้ว อย่าลืมมองมิติพีอาร์ด้วย.!!
------------------------------------------------
(หมายเหตุ : 2,525,000ล้านบาทให้ชาวบ้านเข้าถึง(บ้าง) ดีมั๊ย.!? : กระดานความคิด โดย ไพศาล อินทสิงห์ ม.นเรศวร)



