คอลัมนิสต์

ข่าวดีข่าวร้ายเกี่ยวกับชาวโรฮิงญา

ข่าวดีข่าวร้ายเกี่ยวกับชาวโรฮิงญา

27 ม.ค. 2552

ความเครียดการเมืองไทยเริ่มคลายก็มีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกทันที เรื่องผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา จากค่ายลี้ภัยในบังกลาเทศ ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ มันมีมานานแล้ว ตั้งแต่ปี 1991-1992 ซึ่งเป็นช่วงรัฐบาลทหารพม่าได้ขับไล่ชาวโรฮิงญาอาศัยอยู่ในรัฐอารากันออกนอกประเทศเกือบสามแ

ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ได้กลับบ้านเกิดในพม่า ที่เหลือเกือบสามหมื่นคนยังอาศัยอยู่ในสองค่ายหลักในเมืองคอซ บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ
 ครั้งนี้บังเอิญเรื่องมันแดงขึ้นมาเสียก่อน เนื่องจากมีการกล่าวหาว่ากองทัพเรือไทยว่าได้ผลักผู้ลี้ภัยโรฮิงญาที่เข้ามทางทะเลอันดามันออกไปอย่างไม่มีความเมตตา เพราะมีข่าวเรือหลายลำได้ช่วยเหลือชาวโรฮิงญามากกว่า 650 คนที่ล่องลอยอยู่กลางทะเลในอินโดนีเซียและอินเดีย พวกเขาบอกว่าถูกผลักออกมานอกทะเลโดยกองทัพเรือไทย เล่นเอารัฐบาลชุดนี้ต้องเซไปมาอย่างแรง ไม่กี่วันก่อนนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่งได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่าจะเป็นรัฐบาลเคารพสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
 รัฐบาลไทยมีความชำนาญค่อนข้างยาวนานในการรับมือกับปัญหาผู้ลี้ภัยทั้งทางบกและทางเรือ สามสิบปีก่อนเรื่องผู้ลี้ภัยกัมพูชาและเวียดนามเป็นข่าวทุกวันไม่มีวันหยุด ในอดีตมีเรื่องคนลี้ภัยกัมพูชาหลั่งไหลเข้ามาในไทยช่วงที่กรุงพนมเปญถูกกลุ่มเขมรแดงยึดครองหลัง 1975 เกือบสามล้านคนต้องใช้เวลาเกือบสิบยี่สิบปีในการส่งคนกัมพูชากลับประเทศหรือไปยังประเทศที่สาม
 รัฐมนตรีต่างประเทศ กษิต ภิรมย์ ทำถูกต้องแล้วที่ได้เสนอแผนการว่าควรให้ประเทศเกี่ยวข้องกับปัญหาโรฮิงญา นั้นมานั่งโต๊ะคุยกันและหาทางแก้ไขแบบพหุภาคี เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่มันส่งผลกระทบกระเทือนอย่างมากๆ ต่อหลายๆ ประเทศในภูมิภาค นับตั้งแต่อินเดีย บังกลาเทศ พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซีย
 เมื่ออาทิตย์ก่อน ทางกระทรวงต่างประเทศได้หารือกับทูตจากประเทศดังกล่าว แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อจะเพิ่มความร่วมมือกันแก้ไขปัญหาข้ามชาติในรูปแบบใหม่
 4-5 ปีที่ผ่านมาชาวโรฮิงญาแอบเข้าไทยมาโดยตลอดเพราะมีเครือข่ายลักพามนุษย์ที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพให้ความช่วยเหลือ รัฐบาลไทยต้องถือว่าข่าวร้ายนี้เต็มไปด้วยข่าวดี เพราะสิ่งแรกคนทั่วโลกต้องรับรู้ คือว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้ก่อเรื่องนี้สร้างความลำบากให้คนโรฮิงญา ต้องหันไปดูว่าประเทศต้นตอที่ทำให้เกิดปํญหานี้อยู่ที่ไหน
 รัฐบาลทหารพม่าต่างหากที่เป็นสาเหตุหลักเพราะขับไล่คนโรฮิงญาออกนอกประเทศ ข่าวดีคือไทยอาจจะสามารถรวบรวมเอาประเทศที่เกี่ยวข้อง 5 ประเทศที่ได้เอ่ยถึงขั้นต้นที่มีส่วนได้เสียมาประชุมที่กรุงเทพฯ ในไม่ช้านี้
 การแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยต้องแก้ให้ถูกจุด เพราะจะได้ไม่ต้องลามไปเรื่องอื่นๆ ไทยเรากลัวโน่นกลัวนี่ จนไม่กล้าภาคยานุวัติกับสนธิสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยปี 1951 รัฐบาลอภิสิทธิ์มีโอกาสแล้ว ควรทำโดยเร็ว เพราะปัญหาผู้ลี้ภัยรวมทั้งคนหลบหนีเข้าเมืองนั้นมันเรื้อรังมาเป็นเวลานาน รัฐบาลไทยต้องโปร่งใสในนโยบายเรื่องนี้
 ถ้าเซ็นแล้ว จะไม่มีประเทศไหนทั้งองค์การระหว่างประเทศไหนกล้ามาด่าหรือนินทาไทยอีกต่อไป ที่ผ่านมาไทยกลัวว่าเซ็นแล้วจะทำให้มีผู้ลี้ภัยเข้ามาในไทยมากขึ้น ซึ่งไม่เป็นความจริง เซ็นไม่เซ็นผู้ลี้ภัยหลายชาติก็แอบเข้ามาไทยเยอะอยู่ดี