
รถหรูเลี่ยงภาษีเชื้อร้ายยังไม่ตาย
รถหรูเลี่ยงภาษีเชื้อร้ายยังไม่ตาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่2มิ.ย.2556
กลายเป็นข่าวที่น่าสนใจและสะท้อนอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับมาตรการหรือการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ระทึกไฟไหม้รถยนต์ซูเปอร์คาร์หรูระยับของโลก 4 ใน 6 คัน ได้แก่ เบนท์ลีย์ บีเอ็มดับเบิลยู ลัมโบกินี และเฟอร์รารี่ รวมราคาเฉียด 100 ล้านบาท เหตุเกิดช่วงทางขึ้นเขากลางดง กม.36-37 ถนนมิตรภาพ ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขณะลำเลียงโดยรถเทรลเลอร์ไปส่งยังจุดหมายปลายทางให้ลูกค้าซึ่งคาดหมายว่าต้องเป็นคนระดับเศรษฐีใน จ.ศรีสะเกษ ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร
แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงปริศนาที่พรึบขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจครั้งนี้ แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพอจะทำให้ทราบได้ว่า ต้นเพลิงมาจากรถบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งอยู่บนชั้นสองของรถเทรลเลอร์ ก่อนจะปลิวลามลงไปยังรถสปอร์ตอีก 3 คัน โชคดีที่เจ้าหน้าที่รถดับเพลิงมาช่วยได้ทันทำให้รถเบนท์ลีย์ และรถเบนซ์สีขาว ไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งรถหรูเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงเป็นแก๊ส เตรียมนำไปจดทะเบียนในจังหวัดเป้าหมาย ยิ่งเรียกเสียงฮือฮาด้วยความคลางแคลงใจจากตาสีตาสาที่กู้หนี้ยืมสินรอคิวซื้ออีโคคาร์เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมาย
ผ่านเลยมา 4 วันการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าหลังเรียกเจ้าของบริษัทรถขนส่งจากกรุงเทพมหานครมาสอบถาม แต่พอจะรู้ได้ว่ารถหรูเหล่านี้คงไม่มีเอกสารสำแดงการเสียภาษีนำเข้า จึงไม่มีใครกล้าแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะเดียวกันข่าววงในกลับรู้ลึกว่าซูเปอร์คาร์ลอตนี้ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ก่อนจะขายต่อให้แก่ลูกนักการเมืองภาคกลางและเตรียมขนส่งไปจดทะเบียนที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบที่เข้มข้นหากไปกระทำกันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจำนวนมากอาศัยช่องว่างของกฎหมายในการนำเข้ารถด้วยการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าตั้งแต่ 187-328 เปอร์เซ็นต์ หลายรูปแบบ เช่น กรณีสำแดงส่วนประกอบไม่ครบ หรือรถที่มีคุณภาพสูงแต่กลับสำแดงว่าเป็นรถรุ่นธรรมดา ทำให้เสียภาษีศุลกากรต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้ประกอบการเลี่ยงภาษีรถยนต์หรูในตลาดเกรย์มาร์เก็ตนิยมที่สุด หากคิดเป็นเงินภาษีที่เสียหายไปคันละ 1 ล้านบาท ใน 1 ปีมีรถยนต์ประมาณ 1 หมื่นกว่าคันที่หลบเลี่ยงภาษีและมีการลักลอบดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ประเทศชาติเสียหายไปแล้วกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท
รัฐบาลมีการอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการงดรับจดทะเบียนรถหรูนำเข้าที่นำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในไทย หรือรถจดประกอบ เมื่อ 17 เมษายน 2555 เพื่อปิดช่องโหว่ แต่ก็มีความพยายามจากคนบางจำพวกซึ่งเป็นกลุ่มที่มีทั้งเงินทองระดับมหาเศรษฐี มีอิทธิพล และมีอำนาจ ใช้กำลังภายในเบียดบังและท้าทายอำนาจรัฐ ซ้ำร้ายกว่านั้นกรณีทำรถผิดกฎหมายให้ถูก แล้วนำมาเฉิดฉายบนท้องถนนอย่างถูกต้องไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่รับผิดชอบจะไม่รู้ รัฐบาลโดยกรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต จะนิ่งนอนใจไม่ได้ต้องทำความจริงให้กระจ่างและนำคนผิดมาลงโทษให้ได้



