
บทเรียนจากเต็งเส่งสู่ปรากฏการณ์หน้ากากวี
บทเรียนจากเต็งเส่งสู่ปรากฏการณ์หน้ากากวี : บทบรรณาธิการประจำวันที่31พ.ค.2556
เพียงแค่สัปดาห์เดียว ภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แห่งพม่าพลันเปลี่ยนไปจากภาพผู้นำรัฐบาลพลเรือนที่อิงแอบแนบแน่นกับเผด็จการทหาร กลายเป็นภาพของผู้นำการปฏิรูปประชาธิปไตยที่กำลังเนื้อหอมไปทั่ว นับตั้งแต่ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำพม่าที่เดินทางเยือนสหรัฐเป็นคนแรกในรอบ 47 ปี ระหว่างนั้นยังประสบความสำเร็จยิ่งยวด เมื่อจู่ๆ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ยอมออกปากเรียกพม่าว่า "เมียนมาร์" เป็นครั้งแรกจากเดิมที่ยืนกรานเรียก "เบอร์มา" เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่เห็นด้วยกับระบอบเผด็จการทหาร ยิ่งกว่านั้น ผู้นำทำเนียบขาวยังไฟเขียวว่าพร้อมยกเลิกการแซงชั่นเศรษฐกิจพม่าทั้งหมด รวมทั้งขยายการยกเว้นภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศนี้ ตลอดจนเพิ่มความช่วยเหลือในการพัฒนาเศรษฐกิจ ครอบคลุมไปถึงการเพิ่มการค้าและการลงทุน
ทันทีที่กลับจากการเยือนทำเนียบขาว นายเต็ง เส่งก็เป็นเจ้าภาพต้อนรับนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่สร้างประวัติการณ์เยือนพม่าเป็นครั้งแรกในรอบ 36 ปี พร้อมกับมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้พม่าเพื่อช่วยยกระดับความร่วมมือของสองประเทศ เริ่มด้วยการประกาศล้างหนี้ค้างชำระกว่า 5 หมื่นล้านบาท ตามที่เคยประกาศไว้เมื่อปีก่อนหน้า หลังจากเพิ่งยกหนี้กว่าแสนล้านบาทให้เมื่อต้นปีนี้ นอกเหนือจากการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านบาท การให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาเกือบ 3 หมื่นล้านบาท และการเสนอแผนพัฒนาโครงสร้างระบบไฟฟ้าทั่วประเทศภายในปี 2573 ซึ่งรวมถึงข้อเสนอให้ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ความสำเร็จของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ที่สามารถปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพม่าดังกล่าวข้างต้น มาจากการทำหน้าที่ของผู้นำประเทศที่แท้จริง มุ่งมั่นนำเสนอแต่ภาพของอนาคตอันสดใสที่รออยู่เบื้องหน้า ภาพของความมุ่งมั่นจะนำพาประเทศชาติให้เป็นประชาธิปไตยควบคู่ไปกับการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความหวังว่าจะยุติความรุนแรงระหว่างชนกลุ่มน้อยในประเทศที่เรื้อรังมานานกว่าครึ่งศตวรรษ และการสร้างอัตลักษณ์ของประเทศที่ครอบคลุมทุกชาติพันธุ์และทุกศาสนา โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ ท่าทีนี้สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกับท่าทีของนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งจะพูดถึงแต่ความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันสร้างอนาคตใหม่ โดยไม่นำปัญหาขัดแย้งในประเทศไปป่าวร้องก้องโลกแต่อย่างใดทั้งสิ้น
กระบวนการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เป็นสิ่งที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรจะเอาเยี่ยงอย่าง ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์ของประเทศไทยอาจจะมีแต่ถอยหลังเข้าคลอง โดยเฉพาะหลังจากเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดบนโลกออนไลน์ เมื่อเกิดกระแสเปลี่ยนหน้าเพจเฟซบุ๊กเป็นภาพหน้ากาก "กาย ฟอว์กส์" จากภาพยนตร์ดังเรื่อง วี ฟอร์ เวนเดตตา ตามคำเรียกร้องของขบวนการที่เรียกตัวเองว่า "กองทัพประชาชน" เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าประชาชนพร้อมจะร่วมกันล้มล้างระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย หากรัฐบาลยังคงถือดีว่าครองเสียงข้างมากในรัฐสภา จึงไม่ยอมฟังเสียงของประชาชนและไม่สนใจจะแก้ปัญหาเดือดร้อนอันเนื่องจากข้าวยากหมากแพง



