คอลัมนิสต์

ช่วยหญิงตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ายาเสพติด

ช่วยหญิงตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ายาเสพติด

30 พ.ค. 2556

ช่วยหญิงตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ายาเสพติด : บทบรรณาธิการประจำวันที่30พ.ค.2556


               ปัญหาหญิงสาวที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการผิดกฎหมายค้ายาเสพติดมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี จนน่าเป็นห่วงสถานการณ์ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งที่ผู้หญิงถูกดึงเข้าไปพัวพัน เพราะด้วยภาพลักษณ์ของผู้หญิงมักไม่เป็นที่สะดุดตาหรือคาดไม่ถึงว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำผิดกฎหมาย จากผลศึกษาของ รศ.นภาภรณ์ หะวานนท์ และคณะผู้วิจัย เรื่อง "คำให้การของผู้หญิงซึ่งถูกพิพากษาว่ากระทำผิดในคดียาเสพติด" พบว่า ผู้หญิงที่ถูกดำเนินคดีและเข้าสู่เรือนจำเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ร้อยละ 80-90 เป็นคดียาเสพติด โดยเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตกเป็นเหยื่อหรือแพะรับบาปของการจับกุมและการสอบสวนเนื่องจากขาดความรู้ หรืออยู่ในสถานะที่ไม่มีทางต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมได้

               มีหลายกรณีถูกยกมาตั้งโจทย์เป็นคำถาม เช่น ผู้หญิงที่เป็นภรรยาหรือแม่ หรือผู้หญิงที่รับเงินจากผู้ค้ายาหรืออยู่ในบ้านเดียวกัน สมควรที่จะถูกลงโทษหรือไม่ การลงโทษทางอาญาผู้หญิงที่ยืนดู เช่น ผู้หญิงบังเอิญอยู่ในบ้านกับคู่รัก ขณะตำรวจเข้าไปล่อซื้อยาถูกจำคุก 20 ปี และกรณีหลานนำกระเป๋าใส่ยามาฝากป้าไว้ที่บ้าน ป้าถูกจำคุก 36 ปี บัณฑิตจบใหม่ อายุ 22 ปี นั่งรถไปกับเพื่อน ในรถมียาบ้า ถูกจำคุก 13 ปี จึงเกิดข้อเสนอถึงกฎหมายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจับกุม สืบสวนและตัดสินคดี เป็นการดำเนินไปในลักษณะให้ความเป็นธรรมมากน้อยเท่าใด มีการนำบริบทสังคมไทยมาร่วมพิจารณาด้วยหรือไม่ และจะปกป้องผู้บริสุทธิ์ได้จริงหรือเปล่า ท่ามกลางนโยบายของรัฐบาลที่ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น

               นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงอีกกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการยาเสพติด โดยคณะทำงานแก้ปัญหากลุ่มคนต่างชาติที่หลอกลวงคนไทยให้ลักลอบขนยาเสพติดระหว่างประเทศ และป้องกันมิให้คนไทยถูกหลอกลวง โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงาน ป.ป.ส. กรมการกงสุล และหน่วยงานเกี่ยวข้องเริ่มทำงานอย่างจริงจัง เพราะตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบันมีหญิงไทยที่เข้าสู่กระบวนการยาเสพติดทั้งที่ถูกหลอกและรู้ตัว ถูกดำเนินคดีและรับโทษในประเทศต่างรวม 35 ประเทศ จำนวน 292 คน พบว่า หญิงไทยในภาคอีสานจะถูกหลอกมากที่สุด อาจเนื่องมาจากปัญหาเศษรฐกิจ และตั้งเป้าให้ตัวเลขลดลงให้ได้ พร้อมวางกรอบทำงาน 3 ด้าน คือ การป้องกัน ปราบปราม และด้านการช่วยเหลือ

               ปัญหายาเสพติดมีหลายมิติที่ต้องแก้ไข รวมถึงภัยทางโลกออนไลน์ที่คณะทำงานมีข้อมูลว่าเข้ามาชักชวนไปเที่ยวต่างประเทศฟรี หรือชักชวนให้ไปทำงานหรือจ้างให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เมื่อไปถึงจะบังคับให้ขนยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ ถ้าไม่ทำจะถูกทำร้ายร่างกาย ขู่จะทำร้ายญาติพี่น้อง หรือบางครั้งหลอกลวงให้ถือกระเป๋าเดินทางที่บรรจุยาเสพติดไว้ ดังนั้นการที่หน่วยงานขยับตัวทั้งในเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อขบวนการยาเสพติด และมุ่งแก้ปัญหาไปที่ต้นตอ นับเป็นการก้าวเดินที่ถูกต้องตรงทิศทาง เพราะลำพังการปราบปรามอย่างหนักที่นักการเมืองชอบนำมาโชว์ผลงานยังไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้ เป็นการแก้ที่ปลายเหตุเท่านั้น รัฐบาลจึงยังมีการบ้านต้องทำอีกมากในเรื่องนี้