คอลัมนิสต์

สว่างแดนดินและกองทุน'ครูครอง' : มนุษย์สองหน้า

สว่างแดนดินและกองทุน'ครูครอง' : มนุษย์สองหน้า

30 พ.ค. 2556

สว่างแดนดินและกองทุน'ครูครอง' : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา


                ในสถานการณ์การเมืองเสื้อสี มักเกิดปรากฏการณ์ใช้ "ประวัติศาสตร์" มารับใช้เกมชิงอำนาจ และมีการตีความให้เข้ากับ "เนื้อหาการเมือง" ของกลุ่มตนเอง ไม่สนใจในข้อเท็จจริงมากนัก

                เรื่องราวของครูครอง จันดาวงศ์ ก็เช่นเดียวกัน มีนักเลือกตั้งที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ยามที่ไปปราศรัยหาเสียงแถวภาคอีสาน จะยกย่อง "ครูประชาบาล" ที่ตกเป็นเหยื่ออำนาจเผด็จการ หรือนักเคลื่อนไหวมวลชนเสื้อสีที่เรียกร้องคนอีสานศึกษาจิตใจกล้าเสียสละของครูนักสู้ รวมพลังหยุดประชาธิปไตยไว้ชั่วคราว

                ทั้งฝ่ายต้านเผด็จการ และฝ่ายไม่เอาประชาธิปไตยของนักเลือกตั้ง ล้วนใช้ "ครูครอง" เป็นแบบอย่างในการปลุกเร้าจิตใจมวลชนแต่ละเสื้อสี ตรรกะก็เคลื่อนย้ายกันไปตามความเชื่อ

                สำหรับญาติมิตรและผู้ที่ศรัทธาในแนวคิดอุดมการณ์ของครูครอง ยังทำกิจกรรมรำลึกถึงผู้จากไปทุกปี และงานรำลึกครบรอบ 52 ปี การถูกประหารชีวิต และ 105 ปี ชาตกาล ในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2556 พวกเขามีแนวคิดจัดตั้ง "กองทุนครูครอง จันดาวงศ์"

                คณะผู้ก่อการจัดตั้งกองทุนฯ ได้มีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า เพื่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และร่วมเชิดชูนักสู้สามัญชนแห่งดงพระเจ้า

                "ครูครอง จันดาวงศ์ คือนักสู้ครูประชาบาลแห่งเมืองสว่างแดนดินผู้พลีชีพเพื่อความถูกต้องเป็นธรรม เดินเข้าหลักประหารอย่างทรนงไม่หวาดหวั่นต่ออำนาจของเผด็จการ มือของท่านถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนแต่หัวใจไม่เคยถูกจองจำ เป็นผู้แทนฯ ของชาวสกลนคร ที่ถูกใส่ร้ายด้วยข้อหากบฏแผ่นดิน แต่ผู้นำเหลิงอำนาจไม่เคยเอาผิดได้  เนื่องจากท่านเป็นผู้บริสุทธิ์

                "ครูครอง จันดาวงศ์ คือต้นแบบแห่งนักการเมืองที่อยู่เคียงข้างคนรากหญ้าผู้ไร้อำนาจผู้เสียเปรียบในสังคมจนผู้คนกล่าวขวัญยกย่องว่า "คนอะไรให้ได้แม้กระทั่งชีวิต"

                "เราอนุชนจักสืบสานอุดมการณ์  รักประเทศชาติ  รักประชาชน  และรักประชาธิปไตย  ของนักรบประชาชนผู้ไม่สยบก้มหัวกลัวประหาร จักหลอมรวมพลังกันสร้าง "อนุสรณ์สถานวีรบุรุษนักรบประชาธิปไตย ครูครอง จันดาวงศ์" ไว้ให้เป็นที่ประจักษ์จารึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ว่า ณ ดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้เคยมีวีรบุรุษสามัญชนที่แท้จริงนามว่า ครูครอง จันดาวงศ์"

                การจัดงานครั้งนี้ มีหลายภาคส่วนประกอบด้วย เทศบาลตำบลสว่างแดนดิน, ชมรมรวมใจไทอีสานตอนบน, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และกลุ่มบูรณาการแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์เสรีไทยภูพาน  ค่าย A  ตำบลหนองหลวง

                วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2556 เริ่มตั้งภาคเช้าจรดเย็น มีหลากหลายเรื่องราว รวมถึงการเสวนาเรื่อง "การเมืองภาคพลเมือง" โดย วิทิต จันดาวงศ์ , อ.ปรีชา ธรรมวินธร และวิชาญ ฤทธิธรรม ผู้ดำเนินรายการ โดยสถานที่จัดงานคือบ้านเลขที่ 242 หมู่ 20 ตำบลสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

                เมื่อเอ่ยถึง "ครูครอง" และดงพระเจ้า สว่างแดนดิน ก็นึกเห็นหนังสือเล่มใหม่ชื่อ "นิราศภูพาน" เขียนโดย กรองแก้ว เจริญสุข ซึ่งเคยเดินทางมาที่สว่างแดนดิน หลังจากครูครองจากไปแล้ว โดยเธอเดินทางมาศึกษาการปฏิวัติระยะสั้น 3 เดือน และในนิราศภูพาน เธอได้บันทึกเรื่องราวการต่อสู้ของครูครอง และชาวสว่างแดนดิน พร้อมกับฉากที่เธอพบ "แม่แตงอ่อน" (ภรรยาครูครอง) บนภูหินตั้ง

                "นิราศภูพาน" เป็นผลงานชิ้นแรกๆ ของกรองแก้ว เจริญสุข ศิษย์ "นายผี"-อัศนี พลจันทร โดยมีส่วนร่วมในงานเฉลิมฉลองการปรับสร้างอนุสรณ์สถานฯ และงานพิธีติดตั้งประติมากรรมเท่าคนจริงของจิตร ภูมิศักดิ์ ณ บ้านหนองกุง ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร และรายได้จากการพิมพ์ ผู้เขียนแจ้งความจำนงให้มอบแก่มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์

                ไม่ว่าการเมืองเสื้อสี จะมีผันเปลี่ยนไปทางใด แต่บรรยากาศฟ้าเปิด ก็ช่วยให้ประวัติศาสตร์แห่งสามัญชน ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ทั้งเรื่องของจิตร ภูมิศักดิ์ และครูครอง จันดาวงศ์

............................

(หมายเหตุ : สว่างแดนดินและกองทุน'ครูครอง'  : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา)