คอลัมนิสต์

บึ้มกลางกรุง!ซีดีเถื่อนหน้ารามฯกระจุย!

บึ้มกลางกรุง!ซีดีเถื่อนหน้ารามฯกระจุย!

28 พ.ค. 2556

บึ้มกลางกรุง!ซีดีเถื่อนหน้ารามฯกระจุย! : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม


                พลันสิ้นเสียงระเบิดปากซอยรามคำแหง 43/1 หน้าร้านตัดผมออกัส ราวสามทุ่มวันที่ 26 พฤษภาคม 2556 ก็สั่นสะเทือนไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เป็นหัวเรือใหญ่

                เพราะ "แรงระเบิดสร้างความเสียหายมิใช่น้อย ทั้งแผงค้ากว่า 10 แผง เสื้อผ้าและสินค้า รวมไปถึงขยะกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นถนนและทางเท้า พ่อแม่ค้าแม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของได้รับบาดเจ็บ 7 ราย"

                กระแสข่าวหน้าสื่อสังคมออนไลน์ยังตอกย้ำว่า ตำรวจสามารถจับกุมมือระเบิดไว้ได้แล้ว เป็น "อดีตครู" อาศัยอยู่ในคอนโดซอยเกิดเหตุนั่นเอง โดยผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพว่า ลงมือทำจริง แต่ยังไม่ชี้แจงถึงเหตุผลที่ลงมือลอบวางระเบิด

                "ตะปูเรือใบ ภาชนะบรรจุ สายไฟและเศษตะปู" เป็นหลักฐานสำคัญในคดีที่ทำให้แนวทางการสืบสวนสอบสวนพุ่งประเด็นว่า น่าจะเกิดจากความขัดแย้งระหว่างผู้ค้าด้วยกันเองในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นก่อการร้าย

                ความไม่ชัดเจนของ "ปมระเบิด" จึงมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง สำนักงานตำรวจแห่งชาติถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ห้ามให้ข่าวความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงใดๆ เด็ดขาด จนกว่าจะมีความชัดเจน

                เพราะกลัวว่า "จะเกิดความสับสน และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน"

                "ทีมข่าวอาชญากรรม" ลงพื้นที่ตรวจสอบหาปมปัญหาและน่าจะเป็นประเด็นสำคัญเกี่ยวโยงกับคดีนี้คือ ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้ค้าซีดีเถื่อนกับกลุ่มมาเฟียกลุ่มหนึ่งที่แสวงผลประโยชน์บริเวณพื้นที่ดังกล่าว

                "บริเวณจุดที่มีการลอบวางระเบิด มักจะมีพ่อค้าแม่ค้ากว่าสิบราย ลักลอบนำซีดีเถื่อนมาขาย และไม่ยอมจ่ายผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มมาเฟียที่ดูแลพื้นที่แถวนั้น ที่ผ่านมา กลุ่มมาเฟียก็พยายามขับไล่ออกจากพื้นที่จนกลายเป็นความขัดแย้ง มีเรื่องทำร้าย ไล่ตีคนขายมาตลอด"

                "พื้นที่บริเวณนั้นมีผลประโยชน์แต่ละวันตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท"

                แหล่งข่าวรายนี้มั่นใจว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน เพราะถ้ากลุ่มผู้ก่อไม่สงบภาคใต้จะต้องเป็น "จุดสำคัญ" มากกว่าหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง

                สำหรับเส้นทางค้าขายบนทางเท้าบนถนนรามคำแหง ฝั่งซอยเลขคี่ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยรามคำแหง

                เป็นย่านการค้าขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า "หน้าราม" มีทั้งร้านค้าตึกแถว และแผงลอยตั้งอยู่ริมถนนกินระยะทางไม่น้อยกว่า 3 กิโลเมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี รามคำแหง ไปจนถึงปากซอยมหาดไทย

                ช่วงเย็น จะมีร้านค้าต่างๆ ทยอยเปิดจนถึงเที่ยงคืน มีทั้งอาหาร รองเท้า เสื้อผ้า แผ่นหนังซีดี ร้านเกม ร้านเสริมสวย และสินค้าบริการต่างๆ ให้เดินเลือกซื้อ

                "ทุกๆ วันจะมีประชาชนหลายพันคนออกมาเดินเบียดเสียดย่านหน้ารามนี้จนทำให้บางช่วงถนน คนเดินล้นออกจากทางเท้า กินช่องทางถนน ทำให้การจราจรบนถนนรามคำแหงติดขัดอย่างหนัก ประกอบกับในย่านดังกล่าวยังเป็นแหล่งชุมชน มีสถานศึกษาหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และโรงเรียนระดับชั้นมัธยม เช่น โรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) และโรงเรียนวัดเทพลีลา

                ทำให้ย่านหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงเต็มไปด้วยประชาชนทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน

                ถึงแม้ว่า ตำรวจจะไม่ยังขมวดปมคดีลอบวางระเบิดว่า มาจากปัญหาอะไร ?

                เหตุการณ์นี้ คงทำให้แหล่งผลประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มมาเฟียคงร้อนๆ หนาวๆ กันเลยทีเดียว และอาจทำให้ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ประกาศระดมพลกวาดล้างจนทำให้ขบวนการค้า "ซีดีเถื่อน" กระจุยกันเลยทีเดียว ?

...................................

(หมายเหตุ : บึ้มกลางกรุง!ซีดีเถื่อนหน้ารามฯกระจุย! : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม)