
พม่า..สุดที่รักใหม่ของอเมริกา
พม่า..สุดที่รักใหม่ของอเมริกา : โลกสาระจิปาถะ โดยกวี จงกิจถาวร
ย่างกุ้ง-การไปเยือนสหรัฐอเมริกาของ ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งของสื่อพม่าทุกฉบับ ต่างชื่นชมถึงความสามารถของเขา ต้องยอมรับว่า ผู้นำพม่าคนนี้ไม่ธรรมดา (ถ้าเปรียบเทียบของไทย เต็ง เส่ง เป็นกูรูขั้นเทพ) เพราะชนะใจผู้นำอเมริกาได้อย่างหมดจรด ทั้งๆ ที่ประเทศพม่ากำลังเริ่มต้นปฏิรูปการเมืองและมีปัญหาเรื้อรังมากมาย การละเมิดสิทธิมนุษยชนในบริเวณที่มีชนกลุ่มน้อยอยู่ก็ยังเป็นอยู่ต่อไป ทั้งนี้ยังเป็นเป้าหมายการโจมตีของกลุ่มภาคประชาสังคมต่างๆ อีกด้วย
ตอนนี้พูดได้เลยว่า สัมพันธ์สหรัฐอเมริกากับพม่าจะมีพลังและพลวัตเฉกเช่นเดียวกับสัมพันธ์ในอดีตระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเย็น เพียงแต่ว่า ครั้งนี้สภาพภูมิยุทธศาสตร์ในเอเชียอาคเนย์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนประเทศไทยยังปรับตัวไม่ทัน มัวแต่มายุ่งเรื่องทักษิณกลับไม่กลับ ทรัพย์สินคืนไม่คืน วนเวียนอยู่ในวังน้ำวน จนกระทั่งพม่ากลายพันธุ์เป็นพันธุ์ดี
พม่าสามารถเปลี่ยนสภาพตัวเองจากประเทศอันธพาลเป็นที่เดียดฉันท์ในสังคมนานาชาติ มาเป็นหนุ่มเนื้อหอมภายในไม่ถึงสองปี นับว่ามหัศจรรย์มาก และแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำพม่า รวมทั้งฝ่ายค้าน นางออง ซาน ซูจี ที่น่าสังเกตคือ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านในพม่าทำงานเป็นดรีมทีม ทั้งๆ ที่รู้ว่าประเทศของตัวเองมีข้อบกพร่อง แต่ก็ไม่เคยนำประเทศไปประจานให้ทั่วโลกฟัง
พม่ายังได้เซ็นสัญญากับสหรัฐอเมริกาในกรอบการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นกรอบเดียวกันที่ฝ่ายไทยกำลังเจรจากับทางสหรัฐอเมริกาอยู่ก่อนหน้านี้ ปลายปีที่แล้วไทยยอมรับเข้าร่วมการเจรจาในกรอบใหม่การค้าเสรีในแปซิฟิก (Trans Pacific Partnership) ซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นตัวนำ
พม่ารู้ดีว่าจะเล่นเกมยุทธศาสตร์ใหม่อย่างไร ในขณะที่ไทยยังมัวแต่เล่นบทเดิมๆ ที่ตัวเองมั่นใจเหมือนละครน้ำเน่าดีๆ นี่เอง หลังประธานาธิบดีบารัก โอบามา มาไทยแล้ว มีการเติมพลังความกระชุ่มกระช่วยให้แก่มิตรภาพสัมพันธ์อันเก่าแก่ ซึ่งกำลังฉลองครบรอบ 180 ปี ในเดือนนี้ ปรากฏว่าในตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
น่าเสียดาย ดูเหมือนว่าทางรัฐมนตรีต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล กำลังรอดูว่า ทักษิณนายใหญ่จะสั่งอะไรต่อไป เมื่อเร็วๆ นี้ ในระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน สุรพงษ์ ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาคนใหม่ จอห์น แครี่ ปรากฏว่ามีข่าวออกมาเพียงนิดเดียว ในขณะที่พม่ามีข่าวยาวเฟื้อย อีกอย่างนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ของไทย ยังไม่ได้เยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ เพราะมีการพูดกันว่า ถ้าไปเยือนสหรัฐอเมริกาต้องมีอะไรออกมาเป็นผลบวกจากการเดินทาง
พม่าจะมีบทบาทมากในอนาคตในฐานะเป็นตัวแปรยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงกับมหาอำนาจต่างๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย และรัสเซีย ที่ชัดเจนดูเหมือนเป็นสหรัฐอเมริกาเห็นคุณค่าพม่าในฐานะตั้งอยู่ในบริเวณยุทธศาสตร์ที่เชื่อมเอเชียใต้กับเอเชียอาคเนย์ พม่าสามารถปิดทางไม่ให้จีนมีทางออกทางทะเลอันดามันได้ อินเดียพยายามเข้าพม่ามานานสิบกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลจีนมีมากเกิน จึงพยายามเปิดจุดอับพม่า ให้มีทางเลือกมากขึ้น
ขณะนี้พม่าไม่ถูกต่างประเทศบอยคอตเหมือนเมื่อก่อน สามารถเลือกหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดผลประโยชน์สูงสุดได้ เป็นกระจกสะท้อนตัวตนของไทยและฐานะไทยในภูมิภาคเป็นอย่างดี



