คอลัมนิสต์

ต้นเหตุความรุนแรง

ต้นเหตุความรุนแรง

28 พ.ค. 2556

ต้นเหตุความรุนแรง : บทบรรณาธิการประจำวันที่28พ.ค.2556


              นับแต่เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อปี 2553 ที่มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครจำนวนหลายครั้ง นับแต่นั้นมา ก็ยังไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงถึงขั้นวางระเบิดขึ้นอีกเลย กระทั่งเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิด บริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 ถ.รามคำแหง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 7 ราย และร้านค้าอย่างน้อย 2 แห่งได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบพื้นที่พบเศษเหล็ก และเศษตะปูตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนหนึ่ง

              เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ คาดว่าคนร้ายจะจุดชนวนด้วยรีโมท และการประกอบระเบิดนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นยิ่งทำให้ข้อสันนิษฐานถึงที่มาของระเบิดมากขึ้นไปอีก เพราะก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่า อาจเกิดความรุนแรงขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นอกเหนือจากข้อสันนิษฐานจากเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง เรื่องผลประโยชน์ และเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวที่น่าจะเป็นชนวนให้เกิดเหตุรุนแรง

              แต่ไม่ว่าสาเหตุของระเบิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะมาจากสาเหตุใด ต้องถือเป็นเรื่องสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไล่จากผู้บัญชาการตำรวจแห่ชาติลงมาจนถึงระดับหัวหน้าตำรวจที่เป็นเจ้าของพื้นที่ จะต้องเร่งคลี่คลายและติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดและสอบสวนมูลเหตุจูงใจให้ได้ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะในสถานการณ์บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง อาจทำให้ผู้ที่ไม่หวังดี ผู้ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความสับสนวุ่นวายได้โอกาสเติมเชื้อไฟให้ความขัดแย้งกระพือมากขึ้น

              ในส่วนของรัฐบาลเองก็ต้องระมัดระวังในการให้ข้อมูลให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชนที่ไม่ควรเอาไปเกี่ยวข้องกับในส่วนที่จะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมือง หรือคนในพรรครัฐบาลก็ไม่ควรให้ข่าวที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ถึงแม้ว่าประชาชนกลุ่มนั้นจะเห็นต่างหรืออยู่คนละขั้วกับรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาถึงขั้นระบุว่า จะหาช่องทางทางกฎหมายเพื่อเอาผิดกับคนกลุ่มที่โจมตีด่าว่ารัฐบาลกันเลยทีเดียวนั้น ก็อาจทำให้สถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายอยู่นี้ ขยายตัวออกไปในทิศทางที่ไม่เป็นคุณต่อประเทศก็เป็นได้

              ในความเป็นจริงแล้วเหตุร้าย เหตุรุนแรงยากจะเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถ้าหากว่า ความสมัครสมานสามัคคียังของคนในชาติมีอยู่ ถ้าหากว่า ความรัก-ชอบ เกลียดชังอันเนื่องมาจากการเมืองเจือจางเบาบางลงจนไม่อาจโผล่พ้นความอดทนอดกลั้นของวิญญูชนคนทั่วไป แต่ความสมัครสมานสามัคคีนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากบรรดานักการเมืองจากทุกฟากฝ่ายยังเดินหน้าที่จะกอบโกยเอาแต่ในสิ่งที่ตน พวกตนได้แต่ฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงกรอบศีลธรรมจรรยา และหลักกฎหมาย ซึ่งแน่นอนว่า หากนักการเมืองยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ช่องว่างที่จะเปิดรับให้ผู้ไม่หวังดีก่อเหตุรุนแรงก็ย่อมถ่างกว้างมากขึ้นเท่านั้น