คอลัมนิสต์

ปรองดองระเบิดเวลา

ปรองดองระเบิดเวลา

26 พ.ค. 2556

ปรองดองระเบิดเวลา : บทบรรณาธิการประจำวันที่26พ.ค.2556


              พลันที่นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ พ.ศ...ฉบับของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่มีส.ส.ร่วมลงชื่อจำนวน 163 คน ต่อนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เซ็นรับรอง ก่อนที่จะบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระตามปกติ เมื่อถึงขั้นนั้นก็เป็นที่คาดหมายกันว่าคงจะมีการเสนอเลื่อนขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วนในการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปวันที่ 1 สิงหาคม ร่วมกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แน่นอน 

              สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ฉบับร.ต.อ.เฉลิมนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ มาตรา 3 ที่ระบุว่า บรรดาการกระทำทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง ในระหว่าง พ.ศ.2549 จนถึงวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิง นั่นเท่ากับว่า การกระทำใดเป็นความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คณะบุคคล ผู้ปราบปราม ตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้หรือผู้ถูกใช้ การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง การยึดหรือปิดสถานที่เพื่อประท้วง การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดด้วย

              มาตรา 4 บรรดาการกล่าวหาการกระทำผิดของบุคคลใดๆ ที่เกิดจากคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) หรือเกิดจากคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่ง คปค. ให้ถือว่า เป็นการกล่าวหาในความผิดทางการเมือง และให้การกล่าวหานั้นระงับไป ให้ถือว่า ผู้นั้นมิได้กระทำความผิด ส่วนมาตรา 5 ที่ถูกตัดออกไปเกี่ยวกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ แม้ผู้ยื่นจะอ้างว่ารัฐบาลดำเนินการเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วก็ตาม แต่เป็นที่รับรู้กันว่าเพราะต้องการเลี่ยงที่จะให้นายกรัฐมนตรีมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยว่าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน 

              แม้กลุ่มที่สนับสนุนจะอ้างว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวได้ยกประโยชน์ให้แก่ผู้ชุมนุมในคดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคดีแพ่งก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมว่าการยกเลิกคดีของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ทำให้ต้องคืนเงินมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท ให้แก่พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเป็นเรื่องของการเงินที่ต้องเขียนในกฎหมายงบประมาณเพราะทรัพย์สินจำนวนมหาศาลดังกล่าวได้ถูกรัฐบาลยึดตกเป็นของแผ่นดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

              สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลจะเร่งเร้านำตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศโดยผ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และ ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง อย่างไม่สนใจบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ของคนในชาติอย่างแท้จริง ข้ออ้างที่ว่ารัฐบาลต้องการยุติความขัดแย้งไม่ให้ร้าวลึกแต่กลับขัดขวางตัดตอนกระบวนการยุติธรรมที่ต้องค้นหาความจริง ด้วยการล้างผิดให้คนทุจริตคอร์รัปชั่น คนที่สั่งฆ่าประชาชน หรือทำผิดคดีอาญาเผาบ้านเผาเมือง ทำให้การเมืองเปิดสภาสมัยสามัญ 1 สิงหาคมนี้ ดูน่าจะร้อนแรงยิ่ง