
68ปีสถาปนา'กองทัพพม่า'พิทักษ์อันดามัน!
68ปีสถาปนา'กองทัพพม่า' มุ่งพิทักษ์ขุมทรัพย์อันดามัน! : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง
กองทัพพม่าจัดงานครบรอบ 68 ปี อย่างยิ่งใหญ่ไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีกำลังทหารจาก 3 เหล่าทัพกว่า 6,000 นาย ร่วมพิธีสวนสนามเพื่อแสดงแสนยานุภาพกองทัพพม่า ทั้งเครื่องบินรบ รถถัง รถหุ้มเกราะ และขีปนาวุธ ซึ่งงานวันกองทัพพม่าปีนี้ค่อนข้างมีความพิเศษกว่าทุกปี เพราะได้มีการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพชนิดที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน
พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้คำมั่นต่อรัฐบาลพม่าว่า กองทัพพม่าสนับสนุนให้ประเทศเดินหน้าพัฒนาประชาธิปไตย และเป็นกำลังสำคัญในการดำรงไว้ซึ่งเอกภาพ และอธิปไตยของประเทศพม่า อีกทั้งจะเสริมสร้างสมรรถภาพของกองทัพด้วยการมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย การฝึกซ้อมร่วม รวมทั้งเป็นพันธมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน และอาเซียน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานวันกองทัพพม่าในปีนี้จัดขึ้นอย่างเปิดเผยต่อสายตาชาวโลก เนื่องจากนโยบายการเปิดประเทศของพม่า เริ่มจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในปลายเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงการเลือกตั้งทั่วไปในพม่า และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กันในปี 2558 พม่าจึงพยายามเปิดตัวต่อประชาคมโลกอย่างเต็มที่ หลังจากที่ปิดประเทศมานาน
อย่างไรก็ตาม แม้จะเปิดประเทศให้ทันกับยุคโลกาภิวัตน์ แต่รัฐบาลพม่าก็ยังทุ่มเทงบประมาณด้านการทหารด้วยสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับงบประมาณของประเทศ โดยรัฐบาลพม่าจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทัพ คิดเป็นร้อยละ 20.8 ของงบประมาณปี 56-57 จำนวน 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับงบประมาณปี 55-56
ที่ผ่านมากองทัพพม่าได้สั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่จากหลายประเทศเพื่อนำมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพของตนอย่างต่อเนื่องโดยกองทัพบกได้จัดซื้อรถถัง แบบ ที-52 จากประเทศยูเครน จำนวน 50 ลำ รถหุ้มเกราะแบบ BTR-3 U จำนวน 1,200 ลำ และมีข่าวการจัดซื้ออาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่อากาศ (SAM) แบบ Tor-M1 และ Buk-M1A2 กว่า 60 ระบบ
ขณะที่จีนได้ขายรถหุ้มเกราะแบบ T-85 และ T-90 ให้อีกกว่า 300 ลำ นอกจากนี้ กองทัพพม่ายังได้ซื้อรถถังชนิดต่างๆ จากทั้งยูเครน และจีนเพิ่มเติม ประกอบด้วย รถถังแบบ T-6911, T-59 D, T-80, T-85 รวมทั้งสิ้น 200 ลำ และ T-63 อีก 105 ลำ
นอกจากนี้ ยังจัดซื้อปืนใหญ่อีกจำนวนมาก โดยที่ซื้อจากจีน ได้แก่ ปืนใหญ่ขนาด 155 มม. แบบ MW52 ขนาด 122 มม. แบบ T34 รวม 100 กระบอก และขนาด 155 มม. แบบ T63 อีก 30 กระบอก ส่วนที่ซื้อจากอิสราเอล ได้แก่ ขนาด 155 แบบ Solton 16 กระบอก จากเกาหลีเหนือขนาด 130 มม. แบบ T59 จำนวน 16 กระบอก และจากอินเดีย ขนาด 75 มม. อีก 80 กระบอก สำหรับกองทัพเรือพม่า มีกองเรือที่ประจำการกองเรือชายฝั่ง จำนวน 157 ลำ โดยแบ่งการบังคับบัญชาเป็น 5 ภาค คือ ภาคทหารเรือดานยาวดี ภาคทหารเรือพานมาวดี ภาคทหารเรืออิระวดี ภาคทหารเรือเมาราวดี และภาคทหารเรือตะนาวศรี
ทั้งนี้ กองทัพพม่ามองว่า การวางกำลังทางเรือทาง "ชายฝั่งทะเลอันดามัน" มีความสำคัญมาก และถือว่าเขตแดนด้านนี้ถือเป็น "ภัยคุกคาม" โดยตรง ดังนั้น จึงมีการวางกำลัง และการลาดตระเวน โดยเน้นหนักอยู่ที่ชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ของพม่า ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติสูง โดยเฉพาะ "แหล่งพลังงาน" ในทะเล
ปัจจุบันกองทัพเรือพม่ามีเรือเรือคอร์แวตต์ จำนวน 6 ลำ รวมถึงเรือเร็วโจมตีอาวุธนำวิถี ชั้นหูซิน (Houxin) 6 ลำ [Type 037/1G/ Type 353M large missile boats] เรือชั้นนี้เป็นเรือที่จีนออกแบบมาเป็น "เรือปราบเรือดำน้ำ" ที่มีราคาถูก สร้างและบำรุงรักษาได้ง่าย
เรือปราบเรือดำน้ำรุ่นนี้เริ่มโครงการในยุค 80 จึงมีระบบเรดาร์ และเซ็นเซอร์ที่ล้าสมัย โดยระบบเซ็นเซอร์และระบบข้อมูลการรบต้องอาศัยการติดต่อจากฐานเรดาร์บนบกทั้งหมด ทำให้เรือชั้นนี้ทำได้แค่อยู่ใกล้ๆ ฝั่งเท่านั้น
แต่ที่น่ากลัวก็คืออาวุธปล่อยนำวิถีโจมตีเรือ C-801 จำนวน 4 ลูกของเรือที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า Exocet MM38 ที่ใช้ในสงครามฟอล์กแลนด์ ซึ่งจีนอ้างว่าสามารถจมเรือรบขนาด 5,000 ตันได้ในการยิงครั้งเดียว
นอกจากนี้ ยังมีเรือเร็วโจมตีปืน ชั้นไฮนาน (Hainan) จำนวน 10 ลำ (Type 037 Subchaser) เรือชั้นนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1964 โดยมีพื้นฐานมาจากเรือของสหภาพโซเวียตชั้น S01 สามารถปฏิบัติการได้หลากหลายทั้งปราบเรือดำน้ำ ตรวจการณ์ สืบหาข่าว ลาดตระเวน วางทุ่นระเบิด และช่วยเหลือกู้ภัยในบริเวณชายฝั่ง แต่ระบบอาวุธของเรือคงกดดันเรือดำน้ำสมัยใหม่ได้ไม่มากนัก
กองทัพเรือพม่ายังได้ต่อเรือชั้น Myanmar ซึ่งว่ากันว่าติดตั้งขีปนาวุธ C-801 ด้วย และยังมีเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง และตรวจการณ์ชายฝั่งอีกราวๆ 72 ลำ
ส่วนกองทัพอากาศมีการสั่งซื้อเครื่องบินรบสมรรถนะสูงแบบ MIG-29 รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์จากรัสเซียเพิ่มอีกหลายลำ จากเดิมที่พม่ามี F-7M อยู่ 36 ลำ และ A-5C อยู่ 24 ลำ ขณะที่ F-7M ได้รับการปรับปรุงจากอิสราเอล โดยได้รับการเปลี่ยนเรดาร์ใหม่ และติดอาวุธที่คาดว่าน่าจะเป็น Python-3
กองทัพอากาศพม่ายังได้จัดหา MiG-29B/UB จากรัสเซีย โดยจำนวนที่ยืนยันได้คือ 12 ลำ เป็นรุ่น B (1 ที่นั่ง) 10 ลำ และรุ่น UB (2 ที่นั่ง) สองลำ และยังมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าพม่าต้องการจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 6-8 ลำ
พม่ายังมีความพยายามที่จะจัดหา FC-1 หรือ JF-17 เพิ่มเติมอีก เพราะมีราคาถูก (ประมาณ 10-15 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อลำ) แต่มีความทันสมัยเทียบเท่า F-16 Block กลางๆ อย่าง Block 30 หรืออาจจะไปถึง Block 40 รวมถึงความสนใจที่จะจัดหาเครื่องบินรบขนาดใหญ่อย่าง Su-27 มาประจำการด้วย
นับว่าขีดความสามารถของพม่าเพิ่มขึ้นอย่างน่าจับตา โดยเฉพาะหลังการเปิดประเทศรับการลงทุนจากนานาชาติ โดยให้ความสำคัญกับจุดยุทธศาสตร์ด้านชายฝั่งทะเลอันดามันเป็นลำดับแรก
.................................
(หมายเหตุ : 68ปีสถาปนา'กองทัพพม่า' มุ่งพิทักษ์ขุมทรัพย์อันดามัน! : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)



