
ไฟดับภาคใต้สะท้อนบริหารจัดการล้มเหลว
ไฟดับภาคใต้สะท้อนบริหารจัดการล้มเหลว : บทบรรณาธิการประจำวันที่23พ.ค.2556
นับเป็นเหตุการณ์ที่ถือว่ามีความรุนแรงในรอบ 30 ปีที่เกิดขึ้นกับกรณีไฟฟ้าดับทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้เป็นเวลานานประมาณชั่วโมงครึ่ง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.ได้ยอมรับเองและกล่าวขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น สาเหตุของไฟฟ้าดับครั้งนี้ยังต้องมีการตรวจสอบต่อไปให้เกิดความชัดเจน เพราะเท่าที่มีการให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ก็ยังสับสนและมาจากหลายหน่วยงาน พอจับประเด็นได้ว่าส่วนที่เป็นปัญหาคือสายส่งขนาด 500 กิโลวัตต์ เป็นสายส่งจอมบึง-ประจวบคีรีขันธ์ เป็นสายส่งหลักที่ส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปภาคใต้เกิดขัดข้อง และโดยปกติสายส่งไฟฟ้าของ กฟผ.ไปยังภาคใต้ มี 2 วงจร แต่เผอิญวงจรหนึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงซ่อมแซม เมื่ออีกวงจรเกิดขัดข้องจึงเกิดไฟดับกินอาณาบริเวณทั้งภาค
ส่วนหนึ่งในคำอธิบายของหน่วยงานรับผิดชอบ บอกว่าตามปกติโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้มีการจ่ายไฟฟ้าไม่เพียงพอกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคใต้ที่ขยายตัวสูง จึงต้องส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปหล่อเลี้ยงให้เพียงพอ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา เพราะพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเศรษฐกิจตลอดจนการดำรงชีพของประชากร ยิ่งในภาคใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศปีละจำนวนมหาศาล อีกทั้งอุตสาหกรรมอาหารทะเล อุตสาหกรรมเกษตร ยางพารา และผลไม้ หากไม่มีการวางแผนในเรื่องพลังงานไฟฟ้ารองรับให้ดีอาจเกิดสะดุดได้ จึงน่าจะเร่งตรวจสอบและหามาตรการว่าพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่เป็นเช่นไร และจะสำรองไฟฟ้ารวมทั้งบริหารจัดการได้อย่างไรไม่ให้เกิดปัญหา
แต่กระนั้นก็ตาม การที่ 14 จังหวัดภาคใต้เกิดไฟฟ้าดับเป็นเวลานานครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นการบริหารจัดการผิดพลาดล้มเหลว ซึ่งไม่เพียงแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่รัฐบาลเองก็ไม่สามารถเลี่ยงความรับผิดชอบตรงนี้ได้เช่นกัน ในฐานะฝ่ายที่กุมนโยบาย และที่สำคัญยังพบว่ามีการให้ข้อมูลที่อาจมีวาระซ่อนเร้นไว้ โดยเฉพาะการอ้างอิงตัวเลขการใช้ปริมาณไฟฟ้าที่พยายามเชื่อมโยงไปสู่การสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในพื้นที่ โดยยกเหตุผลไฟฟ้าในภาคใต้ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าภาคประชาชนคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าที่เน้นใช้ถ่านหิน เพราะก่อให้เกิดมลภาวะและสร้างปัญหาสุขภาพต่อชุมชน ดังนั้นสังคมต้องตระหนักและเท่าทัน พร้อมทั้งไตร่ตรองให้ดีว่าสิ่งใดเหมาะสมและควรจะทำ
การพัฒนาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า ไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน น้ำมัน เพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้เชื้อเพลิงด้านอื่นได้อีก อาทิ โรงไฟฟ้าชีวมวล หรือบางแห่งในต่างประเทศให้อำนาจชุมชนท้องถิ่นพัฒนาพลังงานตามลักษณะเด่นของภูมิประเทศ บางพื้นที่ในยุโรปสามารถผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมขนาดใหญ่ตั้งเรียงรายไปตามชายฝั่งกำลังไฟที่ได้ไม่เพียงแต่หล่อเลี้ยงประชากรในท้องถิ่นได้เท่านั้น แต่ยังมีเหลือขายให้แก่ต่างถิ่นด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้จึงมีเทคโนโลยีและความหลากหลายของธรรมชาติที่จะนำมาพัฒนาผลิตไฟฟ้า เพียงอยู่ที่การเลือกและนำมาประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการของท้องถิ่น แต่ที่สำคัญสุดคือไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ตาม การบริหารจัดการเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องมีความเป็นมืออาชีพ



