คอลัมนิสต์

สวมรอยจนท.จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

สวมรอยจนท.จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

22 พ.ค. 2556

เตือนภัย.. แก๊งสวมรอยจนท.จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม


              ภาพเหตุการณ์จากสังคมออนไลน์หัวข้อ "บ้านเมืองนี้ มันอยู่ยากขึ้นทุกวัน เชื่อกูเถอะ" ของผู้โพสต์ใช้ชื่อว่า "สาม ใบเถา" พร้อมอธิบายเรื่องราวภาพในคลิปว่า "มาจับซีดี ไม่แสดงบัตร ไม่มีเอกสารตัวแทนลิขสิทธิ์อะไรเลย บังคับจับกุมและใช้ความรุนแรง ข้าวของเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ"

              โดยคลิปความยาว 5 นาที เป็นภาพผู้ชายคนหนึ่งล้มนอนอยู่กับพื้น และมีชายฉกรรจ์ 2 คน ช่วยกันจับใส่กุญแจมือ แต่ชายคนดังกล่าวพยายามขัดขืน ขณะที่ชายฉกรรจ์อีกคน ยืนกันผู้หญิงคนหนึ่งที่ร้องให้หยุดแต่ไม่เป็นผล ผู้หญิงพยายามโวยวายร้องห้ามปราม แต่ก็ยังถูกชายฉกรรจ์ขัดขวางตลอดเวลา

              หลังจากคลิปถูกโพสต์และมีการแชร์คลิปออกไปต่อเนื่อง คนในสังคมออนไลน์ต่างความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า เป็นการจับกุมที่เกินกว่าเหตุและชุลมุนวุ่นวาย ?

              ความอุกอาจที่เกิดขึ้น... นำมาสู่คำถามของคนทำมาหากินว่า คนกลุ่มนี้เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจริงหรือไม่ หรือสวมรอยเป็นตำรวจจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น

              ภัยคุกคามในลักษณะนี้ รายการ "โรงพักระวังภัย" ได้ตรวจสอบผ่านทาง พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รองผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (รอง ผบก.ปอศ.) ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์การจับกุมจะต้องมีการร้องทุกข์การละเมิดลิขสิทธิ์

              "เมื่อมีเจ้าทุกข์มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จากนั้นจะมีการตรวจสอบเอกสารว่า ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่"

              รอง ผบก.ปอศ. ชี้แจงต่อว่า ขั้นตอนต่อไปจะมีการจัดชุดตำรวจไปดำเนินการ และการจับกุมมีความจำเป็นต้องแต่งตัวนอกเครื่องแบบ เพราะหากแต่งเครื่องแบบไปก็ไม่สามารถจับกุมได้เลย จากนั้นตำรวจต้องแสดงตัวเข้าจับกุม ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยก็ถูกตั้งขึ้นเพื่อปราบปรามสิ่งเหล่านี้

              "การแสดงตัวทุกครั้งต้องมีบัตรเพื่อแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ ทางผู้ถูกจับกุมสามารถขอดูบัตรจากตำรวจได้ หากไม่ให้ดูแสดงว่าบุคคลนั้นไม่ใช่ตำรวจจริง”

              ส่วนภาพในคลิปจับลิขสิทธิ์ที่โพสต์ในสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทั่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น พ.ต.อ.กิตติ ระบุว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับการให้ตรวจสอบแล้ว พบว่าชายในคลิปภาพไม่ใช่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน แต่ไม่กล้ายืนยันว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบตามที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่

              "การจับกุมเรามีมาตรการการทำงานอยู่แล้ว คือ ขอให้มีการร้องทุกข์อย่างชัดเจน จะมีการขอชุดตำรวจเข้าจับกุม วิธีการจับกุมก็ไม่มีความรุนแรงเหมือนในคลิป แต่หากมองอีกแง่หนึ่ง คือ ผู้ต้องหาอาจจะกลัว และวิ่งหนี จึงมีการเผชิญกันในลักษณะนั้นก็ได้ ไม่อยากให้ภาพออกมาเช่นนี้ บางครั้งที่เข้าจับกุม ตำรวจเองก็โดนล้อมจากประชาชนบ่อยมาก ต้องใช้วิธีการพูดคุยให้เข้าใจว่า ผิดกฎหมาย แต่คงไม่ดำเนินการถึงขั้นที่อยู่ในคลิป”

              หลังจาก "รายการโรงพักระวังภัย" ได้เผยแพร่คลิปดังกล่าว นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พา นายพลากร เกษมเนตร และน.ส.วรรณภา ศรีทอง สองสามีภรรยา เจ้าของแผงค้าที่ 123 ตลาดวงศกร เข้าร้องทุกข์ต่อ ร.ต.ท.ชนะ ขำทอง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.

              ขณะที่ผู้เสียหายบอกว่า "คิดว่าเรื่องคงจบไปแล้ว แต่ยังมีคนมาถามหาตลอดเวลา รู้สึกหวาดกลัวจนขายของไม่ได้"

              ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นกรณีศึกษาให้ทุกฝ่ายช่วยกันหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

..........

(หมายเหตุ : เตือนภัย.. แก๊งสวมรอยจนท.จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ : สายตรวจระวังภัย โดยทีมข่าวอาชญากรรม)