
เตรียมตัวรับแรงกระแทก...อีกครั้ง
เตรียมตัวรับแรงกระแทก...อีกครั้ง : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา
ถ้าจะถอดรหัสคำเชิญชวนคนเสื้อแดงให้ไปร่วม "ทำงานใหญ่" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายนายกรัฐมนตรี สไกป์มายังเวทีรำลึกเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 จนมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ที่สี่แยกราชประสงค์ ก็คงจะต้องดูทั้งบริบทที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามสื่อ
การกล่าวโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม ทั้งตรงกันข้ามในอดีตและฝ่ายตรงกันข้ามในปัจจุบัน โยงใยเป็นขบวนการโค่นล้มและนำไปสู่การยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 เป็นเรื่องราวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ำมาตลอด
เรื่องที่กระทบศาล กระแทกกระบวนการยุติธรรม กลายเป็นเรื่องปกติที่ต้องอยู่ในวาระ แต่หนนี้กระชาก ป.ป.ช.เข้ามาร่วมวงแบบเต็มๆ ในกรณี คดีซุกหุ้น ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ติดหล่มอยู่ในตอนนั้น
แต่ประเด็นหลักที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการ "สื่อ" ให้เห็นน่าจะเป็นเรื่องการ "โชว์พลังมวลชน" เสียมากกว่า
คนเสื้อแดงที่แห่แหนกันมาตั้งแต่สายๆ จนเซ็นทรัลต้องประกาศปิดให้บริการตั้งแต่บ่ายโมง (คงจะกลัวไฟ) นั่นต่างหากที่อยากสื่อให้เห็น
ถามว่าสื่อถึงใคร ?
ก็ไม่น่าจะยากที่จะหาคำตอบ ในเมื่อทุกวันนี้ ความมั่นใจในความแข็งแกร่งของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาวนั้น ยากที่จะใช้วิธีการใดมาโค่นลงได้
ยิ่งเป็นช่องทางรัฐสภายิ่งเป็นไปไม่ได้ ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งได้ชื่อว่า มีฝีปากคมกริบราวมีดโกน ก็คงได้แค่พูดไปเท่านั้น
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยิ่งอยู่นาน พรรคประชาธิปัตย์ยิ่งถูกโดดเดี่ยว แล้วจะสรรหาวิธีไหนมาโค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์
ความเชื่อมั่นนั้นมากถึงขั้นที่ว่า ต่อให้ครบเทอมแล้วเลือกตั้งใหม่ พรรคเพื่อไทยก็จะกลับมาเป็นรัฐบาลได้อีก
สิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนแปลง "อนาคต" ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ก็คือการที่ "กองทัพ" ทำแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับเขา
นั่นก็คือ การยึดอำนาจ !
คนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาประเมินกันว่าราวๆ ครึ่งแสน
ที่เหลือยังไม่มา แต่จัดตั้งอย่างเป็นระบบ ไล่ตั้งแต่ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล ลงไปถึงหมู่บ้าน ที่พร้อมจะ "ทำงานใหญ่" ในทันทีที่เสียงนกหวีดดัง
ถึงแม้ว่าสถานการณ์วันนี้จะยังไม่ปรากฏร่องรอยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดเอาไว้ชัดเจนนัก แต่ประสบการณ์จากความชะล่าใจที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองมาก่อน สอนให้รู้ว่า จะต้องมองไกลกว่าสิ่งที่เป็นไปได้เสมอ
เพราะในวันนั้น ก็ยังมีคนเชื่อว่า ทหารจะไม่ปฏิวัติ !
ภัยคุกคามเดียวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงยังคงมาจากกองทัพ ถึงแม้ว่า ฉากหน้านั้นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพจะเป็นไปด้วยดี แต่สำหรับความที่เคยโดนมาแล้ว คงไม่อาจวางใจได้
การจัดวางมวลชนอย่างเป็นระบบเช่นนั้น หากเกิดกรณีฉุกเฉินอย่างที่ประเมินเอาไว้ คราวนี้ก็คงได้เห็นว่า ทุกจังหวัดที่มีค่ายทหาร และส่อเค้าว่าจะเคลื่อนย้ายกำลังมาร่วมยึดอำนาจ ก็คงจะต้องผ่านกำลังมวลชนให้ได้เสียก่อน ถึงจะนำกำลังออกจากค่ายไปได้
เช่นเดียวกับศูนย์การบริหารราชการแผ่นดิน กรุงเทพมหานคร ก็จะมีมวลชนออกมาต่อต้านทำงานใหญ่ด้วยเช่นกัน
ส่งสัญญาณพร้อมสู้ - ทำงานใหญ่เสียขนาดนี้ นั่นย่อมหมายความว่า ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ และการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม คงต้องเดินเครื่องเต็มที่
ส่วนกฎหมายปรองดองที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ มั่นอกมั่นใจว่าออกมาแล้วจะพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านได้ ก็ใช่ว่าจะถูกเก็บเข้าลิ้นชักเลยเสียทีเดียว
ยังพร้อมสอดไส้เข้าไปถกในสภาแล้วให้เสียงข้างมากลากออกมาบังคับใช้ได้ทุกเมื่อ
ถึงแม้จะมีคนเสื้อแดง โดยเฉพาะเสื้อแดงที่ "สูญเสีย" ออกมาคัดค้าน เพราะต้องการเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ก็ตาม
เพราะจะเป็นไปได้อย่างไร ที่แก้รัฐธรรมนูญ ออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังกลับประเทศไม่ได้ กลับเมื่อไหร่ ติดคุกเมื่อนั้น แถมยังเอาเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท ที่ถูกยึดไปคืนมาไม่ได้แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ จะยินดีปรีดา
ปากบอกว่าจะทำเพื่อคนเสื้อแดงไม่เกี่ยวกับตนที่จะได้กลับบ้านหรือไม่ ถ้าจริงใจแบบนั้นจริง มือกฎหมายระดับพระกาฬในพรรคเพื่อไทยน่าจะได้ "การบ้าน" ไปยกร่างออกกฎหมายเสียตั้งนานแล้ว
เช่นเดียวกับคดีความคนเจ็บตายจากเหตุการณ์ชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์และแยกคอกวัว ที่ดีเอสไอเอาไปค่อยๆ สอบสวนนั่นก็คงจะคืบหน้าเพราะถูกรัฐบาลสั่งเร่งรัดแบบรายวันไปแล้ว
ก่อนหน้านี้หลายคนสงสัยว่า เมื่อเปิดประชุมสภาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เกิดแบบไหน และแนวโน้มจะอย่างไร
การรำลึกและโชว์พลังเพื่อรอทำงานใหญ่ได้แสดงให้เห็นแล้วเมื่อวันอาทิตย์
เมื่อฝ่ายหนึ่งประกาศจะเดินให้สุดทาง และแสดงให้เห็นว่า "ไม่ถอย" ขณะที่อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบรอดูท่าทีและจับจังหวะขับเคลื่อน
สถานการณ์เช่นนี้ คงได้แต่เตือนกันว่า "เตรียมตัวรับแรงกระแทก"...อีกครั้ง
..........
(หมายเหตุ : เตรียมตัวรับแรงกระแทก...อีกครั้ง : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา)



