
กำจัดจุดเสี่ยง3.5แสนล้าน
กำจัดจุดเสี่ยง3.5แสนล้าน : บทบรรณาธิการประจำวันที่19พ.ค.2556
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้จัดทำข้อเสนอแนะเตรียมมอบให้แก่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จะถึงนี้ เพื่อป้องกันการทุจริตและความเสียหายของทางราชการ ในการดำเนินการโครงการระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยด้วยงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท หลังจากที่ได้ทำการศึกษาพบว่าโครงการดังกล่าวมีลักษณะที่เร่งรีบและรวบรัดเมื่อเทียบกับการดำเนินโครงการตามปกติ
อนุกรรมการ ป.ป.ช.ที่ได้จัดทำเรื่องนี้โดยใช้เวลากว่า 10 เดือนในการเก็บรวบรวมข้อมูล พบว่าโครงการนี้มีข้อน่าห่วงใยหลายเรื่อง เช่น การจัดแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำที่ใช้เวลาศึกษาสั้นมาก ไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิค เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เป็นการจ้างเหมาแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่การศึกษาความเหมาะสม การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดซื้อที่ดิน การก่อสร้าง ซึ่งต้องทำให้เสร็จใน 5 ปี โดยขอยกเว้นไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 จึงเสี่ยงต่อการทุจริต การขัดต่อกฎหมายสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางให้บริษัทผู้รับเหมาใช้อคติและข้อมูลที่ไม่เป็นจริงมาศึกษาความเหมาะสมด้านต่างๆ เพื่อให้เห็นว่าโครงการมีความคุ้มค่า รวมถึงการเวนคืนที่ดินอาจใช้เวลา 2-3 ปี ทำให้โครงการเสร็จไม่ทันในเวลาที่กำหนด นอกจากนี้การแบ่งกลุ่มงานเป็น 10 กลุ่ม แต่มี 8 กลุ่มงานที่มีแค่ 2 บริษัทแข่งขันกัน ทำให้ไม่ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด อีกทั้งการประกันราคาไม่เกินวงเงินสูงสุด เพื่อเป็นการประกันราคาไม่ให้ค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลต้องจ่ายให้ผู้รับเหมาสูงกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา แต่อาจเป็นช่องทางให้บริษัทเสนอราคาในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูงกับวงเงินงบประมาณสูงสุดที่กำหนดไว้ในทีโออาร์
มีแนวโน้มสูงจะเกิดการจ้างเหมาช่วงลักษณะเดียวกับโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน เพราะกลุ่มบริษัทที่ได้งานไปจะไปจ้างเหมาช่วงแน่นอน เนื่องจากมีงานมาก ซึ่งถ้าควบคุมไม่ดี อาจนำไปสู่การทุจริต ที่สำคัญโครงการดังกล่าวไม่มีการเปิดเผยราคากลางตามระเบียบ ป.ป.ช. แม้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จะอ้างว่ามีการประกาศราคากลาง เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ราคากลาง เป็นแค่การเปิดเผยวงเงินตามที่กำหนดในทีโออาร์เท่านั้น ที่สำคัญการให้ สปน.เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ทั้งที่ไม่ได้มีภารกิจเกี่ยวกับเรื่องน้ำเลย
สำหรับข้อเสนอแนะที่ ป.ป.ช.เสนอต่อรัฐบาลนั้น ได้เสนอให้มีการแยกสัญญาในงานต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง เพราะการรวมงาน ถ้างานใดไม่เสร็จ อาจกระทบต่อการบังคับใช้สัญญาได้ และควรให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบโครงการที่ไม่ใช่ สปน. โดยอาจจ้างบริษัทที่ปรึกษาที่มีความสามารถ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มาช่วยตรวจรับงาน และรายงานผล ปัญหา เสนอแนวทางแก้ไขเป็นรายไตรมาสให้คณะรัฐมนตรีทราบ
ต้องยอมรับว่าโครงการระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของรัฐบาลนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่ควรกระทำอย่างยิ่ง ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วยและให้การสนับสนุน แต่ก็ได้ตั้งข้อสังเกตและแสดงความห่วงใยกับความหละหลวมของการดำเนินงานที่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งกำจัดจุดเสี่ยงเพื่อสร้างความสำเร็จเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กฎระเบียบด้วยความรอบคอบและโปร่งใสที่สุด



