
ต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์
ต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ : บทบรรณาธิการประจำวันที่14พ.ค.2556
ในสถานการณ์การเมืองที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และมีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงได้ทุกเมื่อนั้น หากบ้านเมืองไม่มีหลักไม่มีเกณฑ์เจ้าหน้าที่โอนเอนไปอิงแอบอยู่กับอำนาจการเมืองแล้ว โอกาสที่ขื่อแปจะเป็นหลักให้ความสุขสงบร่มเย็นก็คงจะหมดสิ้น นั่นย่อมหมายความว่า กลียุคได้ย่างเท้าก้าวมาสู่ชาติบ้านเมืองแล้ว ปัญหาก็คือผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นขื่อเป็นแปให้แก่ชาติบ้านเมืองนั้น รู้ตัวหรือไม่ว่า กำลังทำอะไรอยู่
แต่ไหนแต่ไรมา กระบวนการยุติธรรมอันเริ่มตั้งแต่ตำรวจ เป็นผู้ที่รักษากรอบกฎหมายเพื่อให้ผู้คนในบ้านเมืองได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข แต่ทว่าแทบทุกครั้งที่บ้านเมืองแตกแยกด้วยเพราะเหตุจากการเมือง ตำรวจก็มักจะถูกลากไปร่วมวงศ์ไพบูลย์ให้จำต้องเลือกหรือเต็มใจเลือกข้าง โดยที่รู้ทั้งรู้ว่า จิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นั้นคืออะไร
มีนักวิชาการศึกษาไว้ว่า ในยามที่รัฐบาลกำลังเริงรื่นกับอำนาจก็มักจะพยายามลิดรอนอิสรภาพ เสรีภาพของสื่อ หรือไม่ก็จะมีกลุ่มคนที่เชื่อมั่นในอำนาจจนกล้าที่จะกระทำกับสื่อ ซึ่งในกรณีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่ถูกคนร้ายปาลูกเปตอง และประทัดยักษ์ใส่ป้อม รปภ. เมื่อกลางดึกวันที่ 11 พฤษภาคม นั้น แม้ว่าผลการสืบสวนสอบสวนของตำรวจจะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่สังคมภายนอกนั้นได้ข้อสรุปไปนานแล้ว ผลดังกล่าวแม้จะไม่ถึงกับกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ก็น่าจะทำให้การพูดจาหรือให้ข้อเท็จจริงแห่งคดีเป็นไปอย่างรอบคอบ หรือถ้าไม่ชัดเจน ก็ไม่พูดเลยเสียดีกว่า
ถ้อยแถลงของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่บอกว่า เหตุที่เกิดขึ้นที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นมือที่สาม ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ โดยที่ยังหาเหตุผลอื่นใดมารองรับไม่ได้ แต่เป็นที่รู้กันทั่วว่า ผลงานของคอลัมนิสต์รายหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนั้นสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งถึงขั้นยกพวกมาประท้วง ข่มขู่ ก่นด่าถึงหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาแล้ว และใครต่อใครต่างก็เป็นห่วงว่า จะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น การสรุปเช่นนี้ของ ผบช.น. จึงดูเหมือนเป็นการบอกเป็นนัยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสื่อไม่เกี่ยวกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นจริง แต่จะให้คนทั่วไปเชื่อถือได้อย่างไร ในเมื่อข้อมูลหลักฐานที่จะมาสนับสนุนข้อสันนิษฐานนั้นยังไม่สามารถจับต้องได้
ความจริงแล้วเรื่องการคุกคามสื่อ หรือการสร้างความรุนแรงกับสื่อนั้น แม้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีใครต้องการให้เร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อให้มีการสรุปสำนวนโดยเร็วที่สุดเท่าใดนัก หากแต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างต่อเนื่องจริงจัง รอบคอบ รอบด้านที่สุดเพื่อให้ได้สำนวนที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะทุกสื่อและทุกคนต่างก็เชื่อว่า หากเดินตามกรอบของกฎหมายแล้ว คนดีๆ ไม่มีใครอยากทำผิด คนไม่ดีก็ไม่กล้าที่จะละเมิดกรอบที่จะทำให้สังคมอยู่กันอย่างปกติสุข



